fbpx

สปสช.ออกแนวทางเบิกจ่ายดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน

สปสช. 30 มิ.ย.-สปสช. ร่วมรับมือสถานการณ์โควิด-19 รพ.เตียงเต็ม ออกแนวทางปฏิบัติเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการรองรับการจัดระบบ “ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่บ้าน” เริ่มตั้งแต่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ขยายดูแลประชาชนสิทธิรักษาพยาบาลอื่นในประเทศ


สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการเบิกจ่ายกรณีการดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน (Home isolation) ในผู้ป่วย COVID-19 ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวแทนจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้ง รพ.รัฐและเอกชนเข้าร่วม

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก ทำให้บริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อการดูแล เพื่อให้ผู้ป่วยสีแดงอาการรุนแรงเข้าถึงการรักษาในโรงพยาบาล จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับ ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้วางแนวทาง “การดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน” ที่มีการวางระบบติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้จะเริ่มนำร่องเฉพาะที่โรงพยาบาลภายใต้สังกัดกรมการแพทย์ ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวก่อนในพื้นที่ กทม. เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ประสานผ่านสายด่วน 1668 และยังไม่มีโรงพยาบาลรองรับ และได้รับความยินยอมในการรับบริการจากผู้ป่วย ส่วนในจังหวัดอื่นๆ ให้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และดุลพินิจของผู้ตรวจราชการเขตและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เนื่องจากบางจังหวัดที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่มาก โรงพยาบาลยังสามารถรับผู้ป่วยเข้ารักษาได้


นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขจัดระบบดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้าน สปสช. พร้อมสนับสนุนการจัดบริการของโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยได้จัดทำ “แนวทางปฏิบัติการขอรับค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุขสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่พักระหว่างรอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (Home isolation) และการดูแลรักษาในโรงพยาบาลสนามสำหรับคนในชุมชน (Community Isolation)” ใช้อัตราการจ่ายประเภทบริการผู้ป่วยในตาม DRG และจ่ายเพิ่มเติม

การดูแลจะครอบคลุมบริการ ดังนี้
1. การตรวจ RT-PCR จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,600 บาท/ครั้ง และค่าบริการอื่นที่เกี่ยวกับบริการตรวจห้องปฏิบัติการฯ อัตรา 600 บาท/ครั้ง และค่าเก็บตัวอย่างส่งตรวจอัตรา 100 บาท/ครั้ง
2. ค่าบริการผู้ป่วยเหมาจ่าย 1,000 บาท/วัน ไม่เกิน 14 วัน
3. ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย ได้แก่ ปรอทวัดไข้ดิจิทัล เครื่องวัด Oxygen Sat ไม่เกิน 1,100 บาท/ราย และค่าอุปกรณ์ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ค่าชุด PPE และค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ไม่เกินวันละ 740 บาท/ราย
4. ค่ายารักษาโควิด-19 จ่ายตามจริงไม่เกิน 7,200 บาท/ราย
และ 5. ค่ารถส่งต่อ จ่ายตามจริงตามระยะทาง และค่าทำความสะอาด 3,700 บาท/ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีค่าบริการถ่ายภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) 100 บาท/ครั้ง เพื่อคัดแยกความรุนแรงโรคและภาวะปอดอักเสบ ก่อนเข้าสู่ระบบดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน และโรงพยาบาลสนามสำหรับคนในชุมชน


“หลักเกณฑ์นี้ครอบคลุมเฉพาะสิทธิบัตรทอง ซึ่งวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา และเพื่อให้ครอบคลุมดูแลประชากรกลุ่มอื่นๆ ด้วย ทั้งผู้ประกันตน คนต่างด้าว เป็นต้น เบื้องต้นยังเป็นการให้บริการเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ โดยในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนอยู่ระหว่างประสานกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เพื่อจัดระบบ นอกจากนี้ สปสช.ได้หารือทั้งสำนักงานประกันสังคม กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ต่างเห็นชอบในหลักการและรับกลับไป ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย