fbpx

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ห่วงเปิดประเทศ

กรุงเทพฯ 21 มิ.ย.-ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ห่วงนโยบายเปิดประเทศใน 120 วัน ออกประกาศเสนอ 6 ประเด็น โดยเฉพาะการจัดทำมาตรการรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมโรคมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อไม่เป็นต้นเหตุของการระบาดระลอก 4 และทบทวนความเหมาะสมอีกครั้งก่อนการเปิดประเทศเมื่อครบ 120 วัน


เพจเฟซบุ๊ก ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์ประกาศ ที่ รอ.ทั่วไป 74/2564 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องวิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 3) ว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเปิดประเทศใน 120 วัน ขณะที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ยังไม่มีแนวโน้มว่าผู้ป่วยใหม่ในระบบรักษาพยาบาลจะลดลง นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบการรักษาพยาบาล หากทำให้เกิดการระบาดใหญ่ระลอกที่ 4 และนำเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็ว มีความรุนแรง ทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีนลดลงเข้ามาในประเทศ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยจึงมีความห่วงใยต่อนโยบายเปิดประเทศใน 120 วัน ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1.ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน มีประสิทธิผล นำสู่การปฏิบัติ และติดตามการควบคุมโรคอย่างเต็มที่ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งต้องมีการดำเนินการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไม่ควรประกาศให้มีวันหยุดยาว ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ ยากที่จะควบคุม เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา


2.ต้องมีการคัดกรองเชิงรุกอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาด โดยการระดมสรรพกำลังคัดกรองโรคในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งโรงงาน ตลาดสดและแคมป์คนงานทั่วประเทศ ตลอดจนใช้มาตรการจำกัดพื้นที่เมื่อมีการตรวจพบการติดเชื้อ เพื่อจำกัดการกระจายของแหล่งแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วที่สุด

3.ต้องมีการดำเนินการใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดในการควบคุมโรค โดยเฉพาะการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว การลักลอบเล่นการพนัน การมั่วสุมชุมนุม แหล่งบันเทิง และการควบคุมการเดินทางของผู้มีความเสี่ยงหรือผู้ที่เป็นโควิด 19

4.ต้องมีการจัดหาวัคซีนโควิด 19 ให้เพียงพอ ทั้งปริมาณและคุณภาพโดยให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของการเกิดการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันลดลง รวมทั้งจัดให้มีการกระจายวัคซีนโควิด-19 อย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน โปร่งใส โดยไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์ใด ๆ


5.ต้องมีการจัดทำมาตรการรับนักท่องเที่ยวเพื่อการเปิดประเทศใน 120 วัน ที่ให้ความสำคัญกับมาตรการการควบคุมโรค มากกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้การเปิดประเทศเป็นต้นเหตุของการระบาดระลอกที่ 4

6.ต้องมีการทบทวนความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่งก่อนการเปิดประเทศเมื่อครบ 120 วัน ว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยพิจารณาถึงสถานการณ์การระบาดภายในและภายนอกประเทศ การครอบคลุมของการได้รับวัคซีนโควิด 19 ของประชากรไทย การแพร่กระจายเชื้อกลายพันธุ์ และความพร้อมของระบบการรักษาพยาบาลของประเทศ

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ขอแสดงความห่วงใยดังกล่าวมายังผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนฟันฝ่าวิกฤติการระบาดของโควิด 19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2564 กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย วาระ 2563-2565 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรคแจงเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้ มีทั้งหมอพยาบาลด่านหน้า ,ผู้สูงอายุ ,ป่วย 7โรคเรื้อรัง และเด็กอายุ 12 ปี ใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด แจงเหตุต้องผสมน้ำเกลือเป็นสูตรของทางไฟเซอร์เอง 1 ขวด ฉีดได้ 6 โดส และ 1โดส ใช้แค่ 0.3 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ย้ำการเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาฯ จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องนัดหมายแม่นยำเพื่อการฉีดให้ได้ตามเป้า คาดฉีดครบภายในเดือนสิงหาคม

สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้สูงอายุเฮสั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน พร้อมขยายโครงการพักหนี้คนแก่ให้อีก 6 เดือนถึง มี.ค.65

เตรียมย้ายเสาไฟโผล่กลางถนน จ.สมุทรปราการ

ชาวบ้านร้องสื่อโซเชียล เสาไฟโผล่กลางถนน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จุดที่เป็นทางโค้ง เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ ล่าสุดการไฟฟ้าฯ เตรียมดำเนินการย้ายเสาไฟดังกล่าว ในวันเสาร์นี้

ข่าวแนะนำ

สธ.แจงสถานการณ์โควิดระบาดหนักทั่วโลก

ปลัด สธ.แจงสถานการณ์โควิดระบาดหนักเหมือนกันทั่วโลก เร่งกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ไปทุกภูมิภาคแล้ว ขณะที่สถานการณ์เตียงล้น ใช้มากกว่า 80% แล้ว ลุ้นมาตรการล็อกดาวน์ช่วยลดจำนวนป่วยหนักและเสียชีวิตลง ภายใน 2-4 สัปดาห์

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรคแจงเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้ มีทั้งหมอพยาบาลด่านหน้า ,ผู้สูงอายุ ,ป่วย 7โรคเรื้อรัง และเด็กอายุ 12 ปี ใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด แจงเหตุต้องผสมน้ำเกลือเป็นสูตรของทางไฟเซอร์เอง 1 ขวด ฉีดได้ 6 โดส และ 1โดส ใช้แค่ 0.3 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ย้ำการเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาฯ จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องนัดหมายแม่นยำเพื่อการฉีดให้ได้ตามเป้า คาดฉีดครบภายในเดือนสิงหาคม

คนในครอบครัวยังเป็นปัจจัยทำติดโควิด

ศบค.เผยจำนวนติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ 17,345 ราย เสียชีวิต 117 คน กทม.ยังติดอันดับมากสุด ปัจจัยเสี่ยงจากคนในครอบครัว ไปพื้นที่แออัดพบ 6 คลัสเตอร์ใหม่

WHO เผย 1 สัปดาห์ โควิดคร่าชีวิตทั่วโลกพุ่ง 21%

องค์การอนามัยโลก เผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดทั่วโลกพุ่งขึ้นถึง 21% ภายเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ขณะที่อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็มสามให้ผู้สูงอายุ