fbpx

กรมวิทย์ฯ เผยผลสุ่มตรวจพบไวรัสสายพันธุ์อังกฤษมากสุดในไทย

กรุงเทพฯ 9 มิ.ย. – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายเสริมความแข็งแกร่ง เฝ้าระวังการกลายพันธุ์ไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในไทย เพื่อเป็นข้อมูลป้องกันควบคุม รักษาโรค และต่อยอดการวิจัย เผยผลสุ่มตรวจพบสายพันธุ์อังกฤษมากที่สุดในไทย


นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่ายห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งการร่วมมือนี้จะทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่เข้มแข็ง และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อการควบคุมป้องกันโรค การรักษา และการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ในประเทศ

ทั้งนี้ จากการสุ่มตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2564 รวมจำนวน 4,185 ราย พบว่า สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) มีการพบมากที่สุดในประเทศไทย จำนวน 3,703 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.48 รองลงมา คือ สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 348 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.32 สายพันธุ์ดั้งเดิม (B.1 (dade G), B.1 (dade GH), B.1.1.1 (dade GR) จำนวน 98 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.34 สายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 26 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.62 และสายพันธุ์ B.1.524 จำนวน 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.24 ซึ่งข้อมูลต่างๆ นี้มีการประสานรายงานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้ในการควบคุมเฝ้าระวังในพื้นที่ต่อไป


อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลรายงานขององค์กรสาธารณสุขประเทศอังกฤษ (Public Health England) และ WHO พบว่า สายพันธุ์อัลฟา เป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่กระจายง่าย ทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม วัคซีนที่ใช้ในประเทศยังสามารถใช้ได้กับสายพันธุ์นี้

ส่วนสายพันธุ์เดลตา พบว่ามีการแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟา อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ามีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อัลฟาแต่อย่างใด วัคซีนที่ใช้ในประเทศยังสามารถใช้ได้กับสายพันธุ์นี้

สายพันธุ์เบตา พบว่ามีการแพร่กระจายได้ช้ากว่าสายพันธุ์อื่น แต่ทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม


โดยข้อมูลล่าสุด (วันที่ 9 มิถุนายน 2564) มีการรายงานพบสายพันธุ์เดลตา ในจังหวัดต่างๆ จำนวน 348 ราย พบในกรุงเทพมหานคร 318 ราย อุดรธานี 17 ราย สระบุรี 2 ราย นนทบุรี 2 ราย ขอนแก่น 2 ราย ชัยภูมิ 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย ร้อยเอ็ด 1 ราย อุบลราชธานี 1 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย และสมุทรสาคร 1 ราย

การรายงานผลการเฝ้าระวังนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานในประเทศ จังหวัด ชุมชน สำหรับเฝ้าระวังติดตามในจังหวัด รวมถึงเป็นข้อมูลในการรักษาโรค และเพื่อให้ประชาชนได้ป้องกันตนเอง โดยการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ยังคงมีความสำคัญในการป้องกันโรคนี้เช่นเดิม ไม่ว่าจะสายพันธุ์อะไร ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังเดินหน้าเฝ้าระวังสายพันธุ์ในประเทศร่วมกับเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ข้อมูลการเฝ้าระวังกับทุกหน่วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ปิดล้อมเจรจาชายคลั่งบุกยิง พนง.เซเว่น-ผู้ป่วยโควิด รพ.สนาม

เหตุชายคลั่งบุกยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ และขับรถไปยิงผู้ป่วยโควิดที่โรงพยาบาลสนามเสียชีวิต ก่อนขับรถหนีลงใต้ ล่าสุดที่ระนองเจ้าหน้าที่พบตัวผู้ก่อเหตุ นำกำลังปิดล้อม และเจรจาให้มอบตัว

อดีต ปธน. เบนิกโน อาคีโน ของฟิลิปปินส์ถึงแก่อสัญกรรม

นายเบนิกโก “นอยนอย” อาคีโน ที่ 3 อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวันนี้ เพียง 5 ปี หลังจากเขาพ้นจากตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์

ข่าวแนะนำ

คุมตัวถึง กทม.แล้ว ผู้ต้องหายิง 2 ศพ สีหน้าเคร่งเครียด

คุมตัวถึง กทม. แล้ว นายกวิน ผู้ต้องหายิง 2 ศพ นำตัวเข้าห้องประชุม สน.พหลโยธิน ทันที ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด ตำรวจกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

เริ่มฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มพรุ่งนี้ ผู้สูงอายุ พิการ

เลขาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์พรุ่งนี้วันแรก ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้กลุ่ม VIP “ผู้สูงอายุ- พิการ- รายได้น้อย” ที่ชั้น 1 อาคารทีโอทีเดิม ตั้งแต่เวลา 07.30 น.เป็นต้นไป

ปทุมธานี พบคลัสเตอร์สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนธัญบุรี

กทม.ยังพบคลัสเตอร์ใหม่รายวันสะสม 99 คลัสเตอร์ใน 42 เขต “ปทุมธานี” พบคลัสเตอร์สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนธัญบุรี พบผู้ติดเชื้อ 39 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุ 3-6 ปี ถึง 33 คน