fbpx

กรมอนามัย ใช้ 4 มาตรการหลัก คุมโรงงานป้องกันโควิด

​กทม. 6 มิ.ย.-กรมอนามัย ยกระดับ 4 มาตรการหลัก “มาตรการด้านการป้องกันโรค มาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มาตรการเสริมสำหรับโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ และมาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อ” ดูแลสถานประกอบกิจการประเภทโรงงาน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัยได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน สภาอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย ดูแลในเรื่องการป้องกันความเสี่ยงร่วม โดยสื่อสารให้สถานประกอบกิจการประเภทโรงงานปฏิบัติตามแนวทางทางการป้องกันโรค Good Factory practice (GFP) ด้วยการประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus ซึ่งมีมาตรการหลัก 14 ข้อ แบ่งเป็นด้านการป้องกันโรค 8 ข้อ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 6 ข้อ และเมื่อประเมินแล้วจะส่งข้อมูลกลับมาบนฐานข้อมูลออนไลน์ หากโรงงานไหนประเมินไม่ผ่านจะต้องมีการปรับปรุง นอกจากนี้จะมีการประเมินแบบ On site โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดจะเข้าไปสุ่มประเมิน โดยกำหนดให้ทุกจังหวัดต้องมีการประเมินโรงงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 10-20 ซึ่งสถานประกอบกิจการประเภทโรงงานที่มีคนงานคนไทยและแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก จะมีความเสี่ยงมากเป็นอันดับต้นๆ ขอให้สถานประกอบกิจการประเภทโรงงานขนาดใหญ่ประเมินตนเองให้เสร็จภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ แต่หากมีมาตรการ ที่ไม่ผ่าน ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน เพื่อที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะดำเนินการสุ่มตรวจโดยกรมอนามัยได้ทำหนังสือส่งถึงผู้ประกอบการให้ เข้าไปประเมินตนเอง และขอให้ประเมินตามความเป็นจริง เพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคและแก้ไขจุดเสี่ยงต่อไป


​นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการยกระดับคุมเข้มการระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการประเภทโรงงาน กรมอนามัยได้กำหนด 4 มาตรการหลัก คือ 1) มาตรการด้านการป้องกันโรค มีการคัดกรองวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ ลดความแออัด การเว้นระยะห่าง ติดตามข้อมูลของผู้ปฏิบัติงาน จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ รวมถึงการให้ผู้ที่อยู่ในโรงงานปฏิบัติตามมาตรการ

2) มาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส การจัดการขยะมูลฝอย จัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม หอพักสำหรับผู้ปฏิบัติงานต้องสะอาด ไม่แออัด และหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม หากมีรถรับ-ส่ง ต้องมีการทำความสะอาด สำหรับการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในโรงอาหาร โดยกำหนดเส้นทางการเดิน จุดนั่ง เดิน ยืน หรือที่พักรอให้ชัดเจน แยกสำรับอาหาร แล้วไม่ใช้แก้วน้ำ จาน ชาม ร่วมกัน


3) มาตรการเสริมสำหรับโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ ต้องมีกลไกการจัดการและแผน เมื่อเกิดเหตุกรณีพบพนักงานติดเชื้อต้องมีการซักซ้อมแผน หากมีแรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ต้องเข้มเรื่องการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ โดยใช้ระบบประเมินตนเองผ่านเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” ก่อนเข้าปฏิบัติงาน เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคล กรณีมีรถรับ-ส่ง ให้พนักงานสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่างวัดอุณหภูมิก่อนขึ้นรถ และเช็ดฆ่าเชื้อรถหลังใช้งาน ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่ส่วนกลาง และจุดสัมผัสร่วมให้เปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติ เช่น ประตู ก๊อกน้ำ เป็นต้น

และ 4) มาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อ ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สั่งการและคำแนะนำ หลังจากนั้นให้พิจารณาปิดพื้นที่หรือสถานที่และทำความสะอาดพื้นผิวทันที ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ส่งตรวจเชื้อและกักตนเองทันที ส่วนผู้เสี่ยงต่ำให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถ้ามีผู้ติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 10 ให้ใช้ Bubble and seal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และให้กระบวนการผลิตสามารถดำเนินการต่อไปได้” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประชาชนสนใจซื้อสลากผ่านแอปฯ เป๋าตัง แม้ยุ่งยากเล็กน้อย

ประชาชนตอบรับซื้อสลากโครงการ GLO Official Sellers ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” 2 วันกว่า 3,850 ฉบับ ผู้ค้ารายย่อยระบุช่วงแรกคนซื้อสับสน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่โฆษกสำนักงานสลากฯ ย้ำคนซื้อสลากจะมากขึ้นช่วงใกล้วันสลากออก ชี้แนวทางนี้ป้องกันนำสลากไปขายเวียนเทียนได้จริง แถมคนซื้อได้ราคา 80 บาทต่อใบแน่นอน

แม่โพสต์หมอจ่ายยาผิด ลูกชายกินทีเดียว 14 เม็ด หลับยาว

แม่วัย 35 ปีชาวบุรีรัมย์โพสต์เป็นอุทาหรณ์ หลังโรงพยาบาลจ่ายยาผิดทำให้ลูกวัย 10 ขวบกินยารวดเดียว 14 เม็ดจนหลับยาว

ข่าวแนะนำ

ยอดโควิดติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย เสียชีวิต 32 ราย

ศบค.เผยยอดโควิดวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย หายกลับบ้านแล้ว 4,948 ราย เสียชีวิต 32 ราย ขณะที่มีผู้รับวัคซีนแล้วกว่า 7 ล้านโดส ไทยยังรั้งอันดับที่ 78

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่ ดึงช่อง 3 พีพีทีวี และทรู ร่วมถ่ายทอดสด ไฟเขียวให้สื่อนำคลิปการแข่งขันไปเผยแพร่ต่อได้