fbpx

ผู้ต้องขังติดเชื้อใหม่ 189 ราย เสียชีวิต 1 ราย

กรมราชทัณฑ์ 4 มิ.ย.-ราชทัณฑ์ เผยโควิดในเรือนจำ 3 มิ.ย.64 ผู้ต้องขังติดเชื้อใหม่ 189 ราย รักษาหาย 7 ราย เสียชีวิต 1ราย เป็นชายอายุ 66ปี มีโรคประจำตัวไตวายระยะสุดท้าย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รักษาตัวในทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ ตั้งแต่ 15 พ.ค.64 ขณะที่การฉีดวัคซีน เริ่มแล้วที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ 1,800 ราย


นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิ.ย.64 เวลา 16.00 น.) มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 189 ราย รักษาหายเพิ่ม 7 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 14,523 ราย โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น เป็นจำนวน 124 แห่ง และพบการแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำ/ทัณฑสถานเพิ่มเป็นจำนวน 14 แห่ง ที่ต้องทำการ SWAB เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำทุกๆ 7 วัน เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยหนักให้น้อยลง โดยเฉพาะการคัดแยกผู้ติดเชื้อกลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มสูงอายุ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เพื่อทำการรักษาด้วยการให้ยาอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดจำนวนของผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองไม่ให้เป็นกลุ่มสีแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน

นอกจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ยังมีโรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวางที่เป็นโรงพยาบาลอยู่ในพื้นที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยเดิมอยู่ก่อนแล้ว มาทำหน้าที่รองรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเหลืองในเรือนจำเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งประกอบด้วย เรือนจำกลางบางขวาง และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ที่สามารถส่งต่อการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแบ่งแยกแดนเพื่อใช้ในการรักษาไม่ให้ปะปนกันอย่างเป็นระบบ โดยมีเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาดูแลรักษาเสมือนโรงพยาบาลภายนอก พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบวงจร สามารถดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า ในกระบวนการป้องกันผู้ติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคหรือการเสียชีวิต กรมราชทัณฑ์ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อฉีดให้แก่ผู้ต้องขัง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยวานนี้ (3 มิ.ย.) ได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสมุทรปราการไปแล้ว จำนวน 1,800 ราย จากทั้งหมด 6,000 กว่าราย ด้วยการสนับสนุนบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขัง และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนครบเป้าหมายในวันที่ 6 มิ.ย.64 ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยังไม่พบผู้ต้องขังมีอาการผิดปกติจากการได้รับวัคซีนแต่อย่างใด

สำหรับแผนดำเนินการขั้นต่อไป จะเริ่มทยอยฉีดวัคซีนในเรือนจำสีขาว คือเรือนจำปลอดเชื้อ ที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มและสีแดงที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงก่อน โดยเน้นการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการวัคซีนที่กรมราชทัณฑ์ได้ประสานกับกรมควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนที่ได้รับอย่างรวดเร็ว ไม่ตกค้าง มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

สำหรับกรณีผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 66 ปี รักษาตัวอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ด้วยโรคประจำตัว เป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย เบาหวาน และความดันโลหิตสูงและได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ซึ่งแพทย์ได้ให้ยาและรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากเป็นผู้ป่วยสูงอายุ และมีโรคประจำตัว อาการจึงทรุดลง จนกระทั่งในวันที่ 3 มิถุนายน 2564 ผู้ป่วยคลำชีพจรไม่ได้ หมดสติ ได้ทำการ CPR นวดหัวใจ และให้ยากระตุ้นหัวใจ แต่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา จนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประชาชนสนใจซื้อสลากผ่านแอปฯ เป๋าตัง แม้ยุ่งยากเล็กน้อย

ประชาชนตอบรับซื้อสลากโครงการ GLO Official Sellers ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” 2 วันกว่า 3,850 ฉบับ ผู้ค้ารายย่อยระบุช่วงแรกคนซื้อสับสน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่โฆษกสำนักงานสลากฯ ย้ำคนซื้อสลากจะมากขึ้นช่วงใกล้วันสลากออก ชี้แนวทางนี้ป้องกันนำสลากไปขายเวียนเทียนได้จริง แถมคนซื้อได้ราคา 80 บาทต่อใบแน่นอน

แม่โพสต์หมอจ่ายยาผิด ลูกชายกินทีเดียว 14 เม็ด หลับยาว

แม่วัย 35 ปีชาวบุรีรัมย์โพสต์เป็นอุทาหรณ์ หลังโรงพยาบาลจ่ายยาผิดทำให้ลูกวัย 10 ขวบกินยารวดเดียว 14 เม็ดจนหลับยาว

ข่าวแนะนำ

ยอดโควิดติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย เสียชีวิต 32 ราย

ศบค.เผยยอดโควิดวันนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3,667 ราย หายกลับบ้านแล้ว 4,948 ราย เสียชีวิต 32 ราย ขณะที่มีผู้รับวัคซีนแล้วกว่า 7 ล้านโดส ไทยยังรั้งอันดับที่ 78

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่

“อนุชา” ยืนยันคนไทยได้ชมฟุตบอลยูโรครบทุกคู่ ดึงช่อง 3 พีพีทีวี และทรู ร่วมถ่ายทอดสด ไฟเขียวให้สื่อนำคลิปการแข่งขันไปเผยแพร่ต่อได้