ปรับเวลาลงทะเบียนรับวัคซีน “ไทยร่วมใจ” 09.00-22.00 น.

กรุงเทพฯ 27 พ.ค. – กทม.ปรับเวลาลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 ในโครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” เป็น 09.00-22.00 น. ส่วนยอดลงทะเบียนวันแรกทะลุ 1.2 ล้านคน


(27 พ.ค.64) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่กรุงเทพมหานครเปิดให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ประสงค์รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ลงทะเบียนภายใต้โครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 27 พ.ค.64 ผ่านทาง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ไทยร่วมใจดอทคอม แอปพลิเคชันเป๋าตัง และร้านสะดวกซื้อที่ร่วมโครงการ และจะให้บริการฉีดวัคซีน 7 มิ.ย.-ก.ค.64

สำหรับยอดผู้ลงทะเบียน ณ เวลา 18.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีน จำนวน 1,248,235 คน แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 798,511 คน และกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่ผ่านเว็บไซต์ไทยร่วมใจดอทคอม และร้านสะดวกซื้อที่ร่วมโครงการ จำนวน 449,724 คน โดยมีผู้ที่นัดหมายเลือกวันเวลา สถานที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อย จำนวน 1,004,191 คน สำหรับข้อมูลของผู้ที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ จะนำไปรวมกับฐานข้อมูลกลางของกระทรวงสาธารณสุข MOPH Immunization Center หรือ MOPH-IC ซึ่งจะไม่มีความซ้ำซ้อนเมื่อรับวัคซีนแต่อย่างใด


สำหรับปัญหาที่พบในขณะนี้ อาทิ ไม่สามารถเลือกสถานที่ที่ต้องการได้ จากการตรวจสอบพบว่า เนื่องจากเมื่อผู้ลงทะเบียนเลื่อนสถานที่แล้ว แต่ไม่ได้กดคลิกเลือก ทำให้ระบบกลับไปที่ค่าเริ่มต้น ซึ่งจะเร่งแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งเพิ่มตัวเลือกอาชีพ “อื่นๆ” และอัปเดตให้ระบบสามารถแก้ไขข้อมูลที่ประชาชนได้ลงทะเบียนไว้แล้วต่อไป อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มีข้อมูลเข้ามาในระบบเป็นจำนวนมาก จึงขอเลื่อนเวลาเปิดให้บริการจองรับวัคซีน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) เป็นต้นไป โดยจะเลื่อนเวลาเปิดให้บริการจองรับวัคซีน สำหรับเว็บไซต์ไทยร่วมใจดอทคอม และแอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นเวลา 09.00-22.00 น. และสำหรับการจองผ่านร้านสะดวกซื้อ สามารถจองได้ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเพิ่มประสิทธิภาพระบบให้ดีขึ้นต่อไป

โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการจองวัคซีนโครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” ครั้งนี้ จะให้บริการเฉพาะกลุ่มประชาชนทั่วไป อายุระหว่าง 18-59 ปี 10 เดือน และรับบริการฉีด ณ หน่วยบริการวัคซีนนอกโรงพยาบาล 25 แห่งเท่านั้น โดยเป็นประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ และประชาชนที่มีทะเบียนอยู่ต่างจังหวัด แต่มาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อมูลในระบบประกันสังคม และผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบของประกันสังคม แต่เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐ สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี และผู้ที่อยู่ในกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงจากการรับวัคซีน ควรลงทะเบียนผ่านระบบ “หมอพร้อม” และรับบริการ ณ โรงพยาบาล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ ในส่วนของชาวต่างชาติที่มาทำงานในกรุงเทพฯ ให้รอแนวทางจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า โครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” เป็นความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นเลิศจากหลายหน่วยงาน อาทิ ไอบีเอ็ม และธนาคารกรุงไทย ซึ่งได้พัฒนาระบบ จากระบบเดิม คือ แอปพลิเคชันเป๋าตัง มาสนับสนุน และพบว่ามีผู้ลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นจำนวนมาก เป็นไปตามที่วางแผนไว้ จากการ test ระบบก่อนหน้า ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถรองรับการเข้าใช้บริการของประชาชนจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้ ตามเป้าหมายที่วางไว้. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น