กทม. 20 พ.ค.-กทม.ใช้แนวทางBubble and Seal ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในแคมป์คนงานก่อสร้างที่เขตหลักสี่ ส่วนอีก 2 จุดใหญ่ในเขตวัฒนา ส่งผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาหมดแล้ว ส่วนผู้ไม่ติดเชื้อจัดพื้นที่แยกกักตัวสังเกตอาการ
ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร (โฆษก กทม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้พบการแพร่ระบาดในพื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้าง 3 จุดใหญ่ คือที่เขตหลักสี่ 1จุด และเขตวัฒนา 2 จุด
โดยเขตหลักสี่ กทม.นำแนวทางการควบคุมโรคจากจังหวัดสมุทรสาครมาใช้ คือมาตรการควบคุมโรคลักษณะ Bubble and Seal ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของแคมป์ในการควบคุมพื้นที่ ให้คนงานทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายออกไปสู่ภายนอก ควบคู่ไปกับการตรวจrapid test
หลังจากนี้ 14 วัน และหากพบผู้ป่วยที่มีอาการจะนำออกมาส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเพื่อทำการรักษา ซึ่งพบว่าภาพรวมคนงานก่อสร้างในแคมป์คนงานทั้งหมดเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่ง กทม.จะเข้าไปให้ความรู้เจ้าของและผู้ดูแลแคมป์เพื่อให้มีความเข้าใจในการปฏิบัติตนตามสุขลักษณะที่ดี รวมทั้งดำเนินการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนโดยรอบแคมป์คนงาน ซึ่งมี 6 ชุมชน คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะครบทุกชุมชน
สำหรับแคมป์คนงานที่เขตวัฒนาทั้ง 2 จุด ได้ส่งผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาทั้งหมดแล้ว และผู้ที่ไม่ติดเชื้อได้จัดให้มีพื้นที่แยกกักตัวเพื่อสังเกตอาการต่อไป
โฆษก กทม.ยังเปิดเผยถึงแนวทางการให้บริการวัคซีนในพื้นที่ กทม.ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฉีดให้แก่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่มีความเสี่ยง โดยกลุ่มเป้าหมายนี้รวมถึงบุคลากรที่ต้องทำหน้าที่ประจำ รพ.สนามและสถานที่กักตัวต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในขณะนี้ด้วย นอกจากนี้ยังฉีดให้กลุ่มอาชีพเสี่ยงผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะที่ในแต่ละวันต้องมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก และจะเพิ่มในส่วนของพนักงานขนส่งในกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเมื่อครบตามที่กำหนดจะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มอื่น
ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลจะจัดจัดสรรวัคซีนให้ กทม.เพิ่มเติม เนื่องจากพบว่ามีหลายคลัสเตอร์ที่มีความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค โดยในเดือนมิ.ย.คาดว่าจะได้รับจัดสรรวัคซีนประมาณ 2.5 ล้านโด้ส และก.ค.คาดว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มอีก 2.5 ล้านโด้ส กทม.จึงจำเป็นต้องเร่งการให้บริการฉีดวัคซีน โดยจะขยายการให้บริการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป อายุ 18–59 ปี 10 เดือน เพื่อรับวัคซีน ณ หน่วยบริการวัคซีนนอกโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดแนวทางและการพัฒนาระบบการจองให้มีประสิทธิภาพและเปิดกว้างเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มให้ได้มากที่สุด สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ 60 ปี และประชาชนกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมและช่องทางอื่นๆไปแล้ว ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีน ณ รพ.ที่จัดให้เท่านั้น เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
ด้าน นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม.เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในชุมชนพื้นที่ กทม.ส่วนใหญ่พบในชุมชนใจกลางกรุง โดยในชุมชนคลองเตยได้ดำเนินการคัดกรองเชิงรุกไปแล้ว 39 ชุมชนเสี่ยงจำนวน 34,130 คน พบผู้ติดเชื้อ 1,555 คน โดยพบว่า 3 ชุมชนมีการติดเชื้อสูงและมีความเชื่อมโยงกับตลาด ซึ่งในพื้นที่ชุมชนได้นำหลักการCommunity Isolation คือชาวชุมชนควบคุมดูแลผู้ป่วยในบ้าน/ชุมชนเอง กทม.จึงจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำและร่วมดูแล พบว่าประสบผลสำเร็จดี จากนี้จะนำหลักการเดียวกันนี้มาใช้ในการดูแลผู้ติดเชื้อในตลาด ร่วมกับการใช้มาตรการBubble and Seal เช่นเดียวกับแคมป์คนงาน โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแลให้มีการเข้าออกพื้นที่ให้น้อยที่สุด ไม่มีการปิดพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ กทม.มูลนิธิ องค์กรจะเข้าไปดูแลเรื่องอาหารสำหรับผู้อยู่ในพื้นที่ จากนั้นจะมีการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มนี้เพื่อป้องกันและควบคุมโรคต่อไป
ทั้งนี้ ในพื้นที่ กทม.มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม รวม 150,090 ราย ผู้ที่ได้รับเข็มที่ 1 รวม 219,642 ราย รวมวัคซีนที่ฉีดไปแล้ว จำนวน 519,822 โด้ส (ข้อมูล ณ วันที่ 20 พ.ค.64 เวลา 08.00 น.)
ด้าน นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม.เปิดเผยว่า กทม.ร่วมกับภาคีเครือข่ายสถานพยาบาลได้เตรียมพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายประชาชนอายุ 60 ปี ขึ้นไป และกลุ่มเป้าหมายประชาชน 7 กลุ่มโรคเสี่ยงในเดือนหน้า โดยในพื้นที่ กทม.มีสถานพยาบาลที่จะให้บริการรวม 126 แห่งยอดการรับจองวัคซีนขณะนี้จำนวน 4 แสนคน
สำหรับการให้บริการกลุ่มเป้าหมายอื่นเพื่อให้การบริการเป็นไปตามเป้าหมาย กทม.ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล จำนวน 25 จุด ซึ่งจะบริหารจัดการการให้บริการให้เป็นอย่างมีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด .-สำนักข่าวไทย