fbpx

สปสช.โอนเงินให้ รพ.เดือนเมษายน 2.7 พันล้าน

กรุงเทพฯ 7 พ.ค.- สปสช.กดปุ่มโอนเงินค่ารักษาและตรวจคัดกรองโควิด-19 ประจำเดือน เม.ย.ให้ รพ. 148 แห่ง เป็นเงินกว่า 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ารักษา 1,700 ล้านบาท และค่าตรวจคัดกรอง 1,000 ล้านบาท ย้ำจ่ายเงินเร็วเพื่อเพิ่มสภาพคล่องช่วยให้หน่วยบริการวางแผนดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างคล่องตัว ขอให้มั่นใจและดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่


นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (7 พ.ค.) สปสช.ได้โอนเงินค่ารักษาและตรวจคัดกรองโควิด-19 ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ 148 แห่ง เป็นเงินกว่า 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ารักษาโควิด-19 จำนวน 1,700 ล้านบาท และค่าตรวจคัดกรองโควิด-19 เดือนเมษายน 2564 จำนวน 1,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา สปสช.ได้ปรับระบบการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลและหน่วยบริการต่างๆ ให้เร็วขึ้น จากเดิมที่มีรอบการจ่ายทุก 1 เดือน เป็นจ่ายทุกๆ ครึ่งเดือน หรือเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่หน่วยบริการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเมื่อมีสภาพคล่องดีขึ้น ก็จะมีความคล่องตัวในการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ได้มากขึ้นด้วยนั่นเอง

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในส่วนของงบบริการสาธารณสุขกรณีการคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยนอก (OPD) นั้น สปสช.ได้ปรับให้จ่ายเร็วขึ้นเป็นทุกๆ 15 วัน ซึ่งครอบคลุมงบบริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท ไม่ใช่แค่งบผู้ป่วยนอกกรณีโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลที่ดูแลมีกระแสเงินสดที่จะนำไปหมุนเวียนเพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วย โดยไม่กระทบการบริหารจัดการในส่วนอื่นๆ ของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่ หรือ UCEP COVID-19 นั้น มีการเบิกจ่ายให้โรงพยาบาลทุก 15 วันอยู่แล้ว


“ในส่วนของโรงพยาบาล หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามเรื่องการเบิกจ่ายเงินชดเชยค่าบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช.ได้เปิดสายด่วนสำหรับให้โรงพยาบาลโทรศัพท์สอบถามปัญหาข้อสงสัยในการเบิกจ่ายเงิน ขึ้นมา 6 เลขหมาย ประกอบด้วย 02-142-3100 ถึง 3, 061-402-6368 และ 090-197-5129 ขอย้ำว่าทั้ง 6 หมายเลข สำหรับโรงพยาบาลเท่านั้น ในส่วนของประชาชนโทรศัพท์ไปได้ที่สายด่วน 1330 เหมือนเดิม” เลขาธิการ สปสช. กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วง 1-2 ก.ค.65

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.65 ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง