fbpx

รัฐดูแล ปชช.ทุกสิทธิ ตรวจรักษาโควิด

สปสช.29 เม.ย.-สปสช.ย้ำตรวจรักษาโควิดผู้ป่วยทุกสิทธิรักษาได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชนไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลรับผิดชอบค่ารักษาส่วนนี้ให้ โรงพยาบาลห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ป่วย ยืนยันสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทุกกรณี ทั้งค่ายา ค่ารถส่งต่อ ค่าตรวจแล็บ ชุด PPE ห้องความดันลบ รพ.สนาม hospitel


นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การดูแลประชาชนด้านการรักษาพยาบาลและการตรวจโควิด-19 หรือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลมีนโยบายดูแลคนไทยทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โรงพยาบาลห้ามเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยในทุกสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีสงสัยว่าติดเชื้อและกรณีที่ติดเชื้อแล้ว และไม่มีคำว่าเรียกเก็บส่วนที่เกินจากที่รัฐบาลจ่ายให้ เพราะรัฐบาลจ่ายให้ครอบคลุมในทุกกรณีแล้ว

ในส่วนของการตรวจโควิด-19 โรงพยาบาลจะเบิกจ่ายจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองทั้งหมด แต่ในส่วนการรักษาพยาบาลหลังตรวจพบเชื้อจะเบิกจ่ายตามสิทธิหลักประกันสุขภาพที่มี เช่น สิทธิประกันสังคมเบิกจ่ายกับสำนักงานประกันสังคม สิทธิข้าราชการเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง และสิทธิบัตรทองเบิกจ่ายกับ สปสช.


“ขณะนี้ทราบว่ามีข้อร้องเรียนทาง Social media ประชาชนบอกว่าถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องจ่ายเงินเอง ขอเรียนข้อเท็จจริงว่า หากพบว่าติดเชื้อโควิด-19 และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ในกรณีของโรงพยาบาลเอกชนนั้น สปสช.ได้ทำข้อตกลงกับภาคเอกชนแล้วว่าจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยโดยเด็ดขาด แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยบางรายมีประกันสุขภาพเอกชนก็อาจจะต้องใช้ส่วนนั้นไปก่อน ส่วนการจ่ายชดเชยให้โรงพยาบาลเอกชนนั้น จะเป็นไปตามระบบ UCEP หรือรักษาฉุกเฉินเร่งด่วน โรงพยาบาลไม่ต้องกังวล ท่านได้รับค่ารักษาแน่นอน ที่ผ่านมามีค่ารักษาผู้ป่วยโควิด 1 ราย โรงพยาบาลส่งเบิกมา 8 แสนบาท ซึ่งเป็นกรณีวิกฤติหรือสีแดง ตรงนี้ สปสช.ก็เบิกจ่ายให้กับโรงพยาบาลไปแล้ว หรือกรณีผู้ป่วยโควิด-19 สีเหลืองอาการไม่รุนแรงที่โรงพยาบาลส่งเบิกเข้ามาตามหลักเกณฑ์ มี 1 รายที่มีค่ารักษาประมาณ 4 แสนบาท สปสช.ก็เบิกจ่ายให้กับโรงพยาบาลไปแล้วเช่นกัน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวยืนยันว่า สปสช.จะจ่ายชดเชยให้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยกรณีผู้ป่วยนอก (OP) จะจ่ายค่าห้องปฏิบัติการ (Lab) ค่าเก็บตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายในกรณีที่มียารักษาเฉพาะผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือค่ารถส่งต่อระหว่างหน่วยบริการ บ้าน ค่าด่านตรวจคัดกรองหรือ State Quarantine (SQ)

สำหรับกรณีผู้ป่วยใน (IP) จะมีการจ่ายชดเชย ค่า Lab ค่ายารักษา และที่สำคัญก็คือค่าชุด PPE หรืออุปกรณ์ที่ป้องกันการแพร่กระจ่ายเชื้อ ก็จะมีการจ่ายชดเชยตามจริงให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้เข้าไปสัมผัสผู้ติดเชื้อ


ขณะที่ค่าห้องนั้น ถ้าจำเป็นต้องรักษาในห้องความดันลบ (Negative Pressure) ทาง สปสช. ก็จะจ่ายชดเชยให้ 2,500 บาทต่อวัน ส่วนค่าหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ เช่น โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel หากโรงพยาบาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวยังสถานที่นั้นๆ ก็จะมีการจ่ายชดเชยให้ไม่เกิน 1,500 บาท ต่อคนต่อวัน รวมไปถึงค่ารถที่ต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังจุดต่างๆ ด้วย

“เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคเจ็บป่วยฉุกเฉิน และเป็นภาระต่อประชาชนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ก็อยากจะให้ความมั่นใจว่า ถ้าทำตามคำแนะนำของแพทย์ หรือหน่วยบริการนั้นๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม ในกรณีที่มีปัญหาผู้ที่ใช้สิทธิบัตรทอง รวมไปถึงผู้ที่เข้าเกณฑ์ทุกอย่างแล้วยังถูกเรียกเก็บค่าบริการ ให้สอบถาม-แจ้งเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330” นพ.จเด็จ กล่าว

ทั้งนี้การจ่ายชดเชยโควิด-19 ให้หน่วยบริการหรือโรงพยาบาลเพิ่มเติมจากระบบปกติ ครอบคลุมดังนี้

กรณีผู้ป่วยนอก (OP)

  1. ค่าตรวจ Lab + ค่าเก็บตัวอย่าง
  2. ค่ายาที่เป็นการรักษาเฉพาะผู้ป่วยโรคติดเชื้อCovid 19 จ่ายตามจริงไม่เกิน 7,200 บาทต่อราย
  3. ค่ารถส่งต่อระหว่างหน่วยบริการ, บ้าน , ด่าน ,SQ + ชุด PPE +ยาฆ่าเชื้อ (จ่ายตามจริงตามระยะทาง+3,700บาท)

กรณีผู้ป่วยใน (IP)

  1. ค่าตรวจ Lab + ค่าเก็บตัวอย่าง
  2. ค่ายาที่เป็นการรักษาเฉพาะผู้ป่วยโรคติดเชื้อ Covid 19 จ่ายตามจริงไม่เกิน 7,200 บาทต่อราย
  3. ค่าชุด PPE เหมาจ่าย 740 บาท ต่อ ชุด หรือ ค่าอุปกรณ์อื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ตามอาการเล็กน้อย จ่ายตามจริงไม่เกิน 11,100 บาท ต่อวัน หรือ อาการรุนแรงจ่ายตามจริงไม่เกิน 22,200 บาท ต่อวัน
  4. ค่าห้อง
    1) ค่าห้องควบคุม หรือห้องดูแลการรักษาภายในรพ. จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,500 บาทต่อวัน
    2) ค่าหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ Covid 19 จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,500 บาทต่อวัน (หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 คือ สถานที่อื่นของหน่วยบริการ ที่จัดให้เป็นหอผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับของหน่วยบริการนั้น ๆ ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือแนะนำ เช่น Cohort ward, Camp Isolation, โรงพยาบาลสนาม Hospitel เป็นต้น)
  5. ค่ารถส่งต่อระหว่างหน่วยบริการ, บ้าน, ด่าน, SQ + ชุด PPE +ยาฆ่าเชื้อ (จ่ายตามจริงตามระยะทาง+ค่าอุปกรณ์ป้องกันและทำความสะอาด 3,700บาท)

สำหรับค่าตรวจ Lab + ค่าเก็บตัวอย่าง หรือค่าตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ครอบคลุมบริการตรวจคัดกรอง 4 รายการ ได้แก่

1.การตรวจด้วยวิธี RT-PCR โดยการทำป้ายหลังโพรงจมูกและลำคอ อัตราเบิกจ่ายค่าตรวจแลปจ่ายตามจริงไม่เกิน 1,600 บาท ค่าบริการเหมาจ่าย 600 บาท ค่าเก็บตัวอย่างเหมาจ่าย 100 บาท

2.การตรวจด้วย RT-PCR โดยการทำแบบรวมตัวอย่าง ทั้งตัวอย่างน้ำลายแบบรวมตัวอย่าง (Pooled savila samples) และตัวอย่างป้ายหลังโพรงจมูกและป้ายลำคอแบบรวมตัวอย่าง (Pooled swab samples) แยกเป็น

  • การตรวจตัวอย่างน้ำลายแบบรวมตัวอย่าง (Pooled saliva samples) อัตราเบิกจ่ายค่าตรวจแลปจ่ายตามจริงไม่เกิน 320 บาท ค่าบริการเหมาจ่าย 100 บาท ค่าเก็บตัวอย่างเหมาจ่าย 100 บาท
  • การตรวจตัวอย่างป้ายหลังโพรงจมูก และป้ายลำคอแบบรวมตัวอย่าง (Pooled nasopharyngeal and throat swab samples) อัตราเบิกจ่ายค่าตรวจแลปจ่ายตามจริงไม่เกิน 400 บาท ค่าบริหารเหมาจ่าย 75 บาท และค่าเก็บตัวอย่างเหมาจ่าย 100 บาท
  • การตรวจด้วยวิธี Realtime RT-PCR กรณีการทำ Pooled Sample มีผลตรวจเป็นบวก อัตราเบิกจ่ายค่าตรวจแลปจ่ายตามจริงไม่เกิน 1,600 บาท ค่าบริการและเก็บตัวอย่างรวมเหมาจ่าย 200 บาท

3.การตรวจภูมิคุ้มกัน (Antibody) ค่าบริการเหมาจ่าย 350 บาท และ 4.การตรวจเชื้อไวรัส (Antigen) สำหรับหน่วยบริการที่ทำการตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันเชื้อโควิด-19 นี้ ต้องผ่านการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการและได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,200 บาท โดยในกรณีฉุกเฉินตรวจร่วมกับ RT-PCR กำหนดจ่ายตามจริงไม่เกิน 500 บาท .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แจงผลชันสูตรแม่บ้าน ตายหลังฉีดแอสตราฯ

หน.แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพล แจงยิบผลชันสูตรแม่บ้านหญิงวัย 46 ตายหลังฉีดแอสตราเซเนกา พบปอด 2 ข้างบวมน้ำ-เลือดออกในถุงหุ้มหัวใจ-กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด-เส้นเลือดหัวใจตีบ

ไต้หวันว่าไทยให้ความสำคัญกับวัคซีนในประเทศก่อน

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวันกล่าววันนี้ว่า ประเทศไทยจัดลำดับสำคัญของวัคซีนของแอสตราเซเนกา พีแอลซี ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับประเทศของตนเองก่อน เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยมีความรุนแรงมาก ทำให้การส่งมอบวัคซีนให้ไต้หวันล่าช้ากว่ากำหนด

ชูมาตรการ “Online – Onsite – Upgrade – Vaccine”

ระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลังขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานด้วยหลักการ “Online – Onsite – Upgrade – Vaccine”

อุเทนถวายลงดาบรุ่นพี่โหด 12 คน ให้พ้นสภาพนักศึกษา

อุเทนถวายลงดาบรุ่นพี่โหด 12 คน ให้พ้นสภาพนักศึกษา ด้านตัวแทนมหาวิทยาลัยฯ นำผลการสอบลงโทษ มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เผยผ่อนคลายเปิด 5 สถานที่ กทม. 14 มิ.ย.นี้

นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก 14 มิ.ย.นี้ ผ่อนคลายมาตรการสถานที่ 5 ประเภท กรุงเทพมหานคร เปิดได้ปกติ พร้อมเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว 1 ก.ค.นี้

ญาติคาใจลูกชายดับปริศนา หลังฉีดวัคซีน 10 วันไม่มีประวัติป่วย

ญาติคาใจหลัง ตำรวจหนุ่มเสียชีวิตปริศนาหลังฉีดวัคซีนเพียง 10 วัน ญาติเผยผู้ตายเป็นคนเเข็งเเรง ไม่มีโรคประจำตัว จึงไม่อยากเชื่อว่าจากไปเร็วเช่นนี้

สปสช. ช่วยเหลืออาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนไปแล้ว 395 ราย

สปสช. เผย 4 สัปดาห์ จ่ายช่วยเหลือเบื้องต้นอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 395 ราย เป็นเงิน 7,572,300 บาท เป็นกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 11 ราย ระบุอาการไม่พึงประสงค์เกินกว่า 50% จะมีอาการชา นอกนั้นคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียจนต้องนอนพักในโรงพยาบาล ย้ำเป็นการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิดว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่