fbpx

กทม.เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน 2-4 มี.ค.นี้

กรุงเทพฯ 28 ก.พ. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 2-4 มี.ค.นี้ หลังกรมอุตุฯ แจ้งเตือนประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว


วันนี้ (28 ก.พ.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศ เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2564 ว่า ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1-4 มีนาคม 2564)” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ระบุช่วงวันที่ 1-4 มีนาคม 2564 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีผลกระทบในวันที่ 1-3 มีนาคม ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันที่ 2-4 มีนาคม 2564

ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ได้มีการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยในส่วนของสำนักอนามัย ดำเนินการส่งเสริมความรู้และให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่มีอาชีพทำงานกลางแดด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากภาวะอากาศร้อน เช่น อาการเพลียแดด โรคลมร้อน หรือฮีทสโตรก รวมถึงการสังเกตอาการและวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น


สำนักการระบายน้ำ ดำเนินการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งการติดตามสถานการณ์ฝน และแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ การเตรียมพร้อมระบบการระบายน้ำ การจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตรวจสอบแก้ไขจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมในช่วงฝนตก การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ฯลฯ

ในส่วนของสำนักการโยธา และสำนักสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายโฆษณาและต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่ทั้ง 50 เขต ให้มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่หน่วย BEST (Bangkok metropolitan Emergency Service Team) และอุปกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงจากพายุฤดูร้อนต่อไป. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สลด! กระเช้าขึ้นยอดควน สลิงขาด ดับ 2 เจ็บ 3

สลิงกระเช้าขึ้นยอดควน วัดอุทัยธรรมาราม อ.เมือง จ.พัทลุง ขาด มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นหญิงอายุ 73 ปี และ 83 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน

เลขาฯ สมช. ขอให้รอ สธ. เคาะเพิ่มมาตรการอีก 1-2 วัน

เลขาฯ สมช. ขอให้รอ สธ. เคาะเพิ่มมาตรการในอีก 1-2 วัน หลังยอดผู้ติดเชื้อทะลุพันแล้ว คาดยกระดับพื้นที่เสี่ยง อาจลดเวลาเปิดปิด ร้านอาหาร-ห้างสรรพสินค้า

ตะลึงราคา! กล้วยด่าง หน่อเกือบ 20,000

เห็นแล้วอึ้ง ตลึงราคา เพาะพันธุ์หน่อกล้วยด่างขายช่วงโควิด กระแสตอบรับดี ราคาพุ่งหน่อละ 18,000 บาท โกยรายได้เดือนละหลายแสน

ศูนย์การค้า-ห้างฯ ทั่วประเทศ ปิด 21.00 น. เริ่มพรุ่งนี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ยกระดับคุมเข้มโควิด-19 เลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ 21.00 น. ทุกวัน เริ่มพรุ่งนี้

ข่าวแนะนำ

เตรียมจ่ายสินไหมทดแทนเหยื่อไฟไหม้รถทัวร์เสียชีวิต คนละ 1.1 ล้าน

ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์โดยสารสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ ไฟไหม้ ต่างไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น ขณะที่ คปภ.ประสานบริษัทประกันภัยเตรียมจ่ายสินไหมทดแทนผู้เสียชีวิตคนละ 1.1 ล้านบาท

ติดโควิดไอเป็นเลือด ประสานวันที่ 8 เพิ่งมารับวันนี้

ครอบครัวติดโควิดทั้งบ้าน ร้องผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ให้เข้าช่วยเหลือ หลังมีอาการป่วยหนัก เจ็บปอดรุนแรง

ศูนย์การค้า-ห้างฯ ทั่วประเทศ ปิด 21.00 น. เริ่มพรุ่งนี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ยกระดับคุมเข้มโควิด-19 เลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ 21.00 น. ทุกวัน เริ่มพรุ่งนี้

สธ.ยันเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด กทม.-ปริมณฑล เพียงพอ

สธ.ยืนยันเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเพียงพอ วอนอย่าเพิ่งเรียกร้องห้องพิเศษ ขอให้นำตัวเข้ามารักษาในระบบก่อนจะดีที่สุด