กรมอนามัยแนะ 4 เลี่ยง 4 เลือก เที่ยววันเด็ก ปีนี้!

11 ม.ค.- กรมอนามัย เผย เด็กไทยอ้วน ร้อยละ 30 เร่งวางมาตรการลดอ้วน ป้องกันก่อนเกิดโรค NCDs พร้อมแนะ 4 เลี่ยง 4 เลือก เที่ยววันเด็ก ปีนี้!


แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ศูนย์เด็กเล็กวัลลภ ไทยเหนือ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสมวัย สร้างความสุข สนุกสนาน และอบอุ่นให้ทุกครอบครัว พร้อมวางแนวทางการสร้างรากฐานที่สำคัญ เพื่อสร้างเด็กคุณภาพ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่สุขภาพดี หวังลดการเกิดโรค NCDs ในอนาคต

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยังคงให้ความสำคัญกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย เพราะเป็นวัย ที่สำคัญที่สุด สามารถจะพัฒนาสมองและการเรียนรู้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแล ส่งเสริมพัฒนาการให้สมวัย และเฝ้าระวังทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรค NCDs ที่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสุขภาพประชาชนไทย ซึ่งในเด็กจะเริ่มที่โรคอ้วนและนำไปสู่โรค NCDs ปัจจุบัน พบว่า ประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซีย และบรูไน จากการคาดการณ์ของสหพันธ์โรคอ้วนโลก (World Obesity Federation) ในปี 2573 จะมีเด็กอ้วนทั่วโลกมากถึง 1 ใน 3 โดยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จะมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งจากรายงานการเฝ้าระวังโรคอ้วนในเด็กของประเทศไทย พบแนวโน้มเด็กเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยพบว่าเด็กอายุ 0 – 5 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.6 เป็นร้อยละ 8.84 และเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.9 เป็นร้อยละ 13.21 วัยรุ่นอายุ 15-18 ปี มีเริ่มอ้วนและอ้วนลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 13.84 เป็นร้อยละ 13.46 แต่ยังคงเกินเป้าหมายระดับชาติที่กำหนดไว้ คือ ไม่เกินร้อยละ 11.5 ทั้งนี้ ในปี 2567 เด็กวัยเรียนในช่วงอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 546,434 คน เด็กวัยรุ่นในช่วงอายุ 15-18 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 230,027 คน จากการคาดการณ์เด็กที่เป็นโรคอ้วน 1 ใน 3 จะเป็นผู้ใหญ่อ้วน หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในอนาคต กรมอนามัย จึงเร่งวางมาตรการในการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น เพื่อให้เด็กไทยมีร่างกายจิตใจที่แข็งแรง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทย


“ทั้งนี้ งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กรมอนามัยจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสมวัย สร้างความสุข สนุกสนาน ณ ศูนย์เด็กเล็กวัลลภ ไทยเหนือ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ซึ่งเป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี ที่ให้บริการดูแลเด็ก 3 เดือน – 3 ปี เปิดทำการมาแล้วมากกว่า 25 ปี ที่ผ่านมาทางศูนย์เด็กเล็ก ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงทั้งด้านโครงสร้าง อาคารสถานที่ และการให้บริการให้มีความสะอาด ปลอดภัย ทันสมัย ตามมาตรสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ รวมทั้ง ให้ความรู้ ฝึกฝน พัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้กับครูพี่เลี้ยง เพื่อให้เด็ก ๆ มีสุขภาพที่ดีเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย สำหรับครอบครัวที่จะพาลูกหลานเที่ยวงานวันเด็กในปีนี้ ขอให้ใส่ใจและระวังอันตราย รวมทั้งดูแลสุขภาพอนามัย เพื่อป้องกันอันตรายจากทั้งโรคไข้หวัด โรคติดเชื้อ ท้องเสีย ท้องร่วง หรืออันตรายจากการเข้าพื้นที่แออัด อับอากาศ การเล่นของเล่น เครื่องเล่นเด็กที่อันตราย ลูกโป่งอัดก๊าซไฮโดรเจน และฝุ่น PM2.5 โดยแนะนำ 4 เลี่ยง 4 เลือก คือ 1) เลี่ยงเข้าพื้นที่เสี่ยงแออัดคับแคบ คนเยอะอย่าเข้าไป ปลอดภัยชัวร์ 2) เลี่ยงการเล่นลูกโป่งอัดก๊าซไฮโดรเจน พลุ และประทัด 3) เลี่ยงกินอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างคืน น้ำหวาน ไอศกรีม รวมทั้ง ระวังน้ำและน้ำแข็งไม่สะอาด 4) เลี่ยงของเล่นอันตราย มีสารพิษปนเปื้อนหรือมีขนาดเล็กจนอาจเผลอหยิบเข้าปาก และ 1) เลือกสวมหน้ากากป้องกันโรคติดต่อและฝุ่น PM2.5 2) เลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ กลิ่น รสไม่ผิดปกติ และดื่มน้ำสะอาดได้มาตรฐาน 3) เลือกล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือสเปรย์แอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสสิ่งสกปรก 4) เลือกเครื่องเล่น ของเล่นที่ปลอดภัย มีคนดูแลใกล้ชิดไม่คลาดสายตา” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว .411.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แจ้งความผู้ว่าสตง.

2 พิธีกรดังเข้าแจ้งความกล่าวโทษผู้ว่าฯ สตง. เหตุตึก สตง.ถล่ม

สองพิธีกรชื่อดัง เข้าแจ้งความกล่าวโทษ ผู้ว่าฯ สตง. และอดีตผู้ว่าฯ สตง. เหตุตึก สตง.แห่งใหม่ถล่ม แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ มองอาจไม่ชอบมาพากล หวั่นเวลาผ่านไปเอาผิดใครไม่ได้

ก้อนปูนตกใส่รถ

กทพ. แจงก้อนปูนตกใส่รถผู้ใช้ทาง มีคนโยนลงมาจากสะพานลอย

กทพ. ชี้แจงกรณี ก้อนปูนตกใส่รถผู้ใช้ทาง ไม่ได้เกิดจากการกระเทาะของโครงสร้างทางพิเศษบูรพาวิถี แต่มีผู้โยนลงมาจากสะพานลอย จ่อประสานตำรวจตามตัวดำเนินคดี

ปล่อยกู้ดอกโหด

บุกทลาย “บ้านเสี่ยโน้ต” ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด 1,825% ต่อปี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกทลาย “บ้านเสี่ยโน้ต” ปล่อยเงินกู้เฉพาะผู้หญิง คิดดอกเบี้ยมหาโหดร้อยละ 1,825 ต่อปี ไม่จ่ายโดนข่มขู่ประจานไม่เลือกหน้า

ข่าวแนะนำ

โรคแอนแทรกซ์

สธ.เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ ย้ำประชาชนอย่าเพิ่งตระหนกตกใจ

หลังมีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อแอนแทรกซ์ รวมถึงยังต้องเฝ้าระวังตรวจคัดกรองหลายร้อยคน การระบาดในพื้นที่ภาคอีสานรอบนี้ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กรมควบคุมโรคเร่งเฝ้าระวังและควบคุมโรคแอนแทรกซ์ ย้ำพี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งตระหนกตกใจ

ประณามยิงประชาชน

แม่ทัพภาคที่ 4 ประณามคนร้ายยิงประชาชนเสียชีวิต-สั่งปรับแผนความปลอดภัย

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามเหตุยิงประชาชนใน อ.จะแนะ และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส สั่งปรับแผนการปฏิบัติในพื้นที่ล่อแหลม เสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง สร้างความปลอดภัยสูงสุดในการดูแลประชาชน พร้อมประณามการกระทำโหดเหี้ยม

แอนแทรกซ์

สธ.เผยติดเชื้อแอนแทรกซ์โอกาสตายสูงถึง 80%

สธ. เผยแอนแทรกซ์ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง โอกาสเสียชีวิตสูงถึง 80% ส่วน จ.เลย ชาวบ้านพบวัวตายตัว สำนักงานปศุสัตว์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น คาดกินเชือกไนล่อนมัดฟางเข้าไป ทำให้อุดตันทางเดินอาหาร ไม่น่าเกิดจากโรคระบาดสัตว์ เนื่องจากวัวในฝูงที่เหลืออยู่ ยังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี