“อ.อ๊อด” ยื่นหนังสือถึง อว.ขอให้เร่งจัดการผู้แอบอ้างใช้ตำแหน่ง “ศ”

กทม. 15 ก.ค.-“อ.อ๊อด” ควง “ศ.” ตัวจริง ยื่นหนังสือถึง อว. ขอให้เร่งจัดการ หลังมีผู้ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์นำหน้าชื่อ ทำสังคมเข้าใจผิด เรื่องนี้อยากฝาก 4 พยางค์ คือ “จริยธรรม” ถ้าปล่อยผ่าน อีกหน่อยไม่ต้องเรียนแล้ว รอเทียบวุฒิอย่างเดียว

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ยื่นหนังสือต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอให้เร่งดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีมีผู้ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์นำหน้าชื่อทำให้สังคมไทยเข้าใจผิดว่าเป็นการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีนายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว.เป็นตัวแทนรับหนังสือ


รศ.ดร.วีรชัย เปิดเผยเนื้อหาในหนังสือระบุ ตามที่ปรากฏต่อสาธารณะว่า มีบุคคลได้ใช้ตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” นำหน้าชื่อ เพื่อสมัครเข้ารับการสรรหาในตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทำให้สังคมสับสนว่าเป็นการได้ตำแหน่งมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง โดยเหตุแห่งการได้มาซึ่งตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” เป็นการเทียบวุฒิจากสถาบันเทียบวุฒิที่ต่างประเทศ คือ บริษัท California University FCE ซึ่งไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา และมีการกล่าวอ้างในการแถลงข่าวของกลุ่มคนที่นำตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ดังกล่าวมาใช้นำหน้าชื่อเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ว่าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองสถานะ นำมาซึ่งการเข้าใจผิดของสังคมในวงกว้าง ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และที่สำคัญ คือ ตำแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์” ในประเทศไทย หลังจากผ่านการประเมินผลงานวิชาการโดยเข้มงวดแล้ว ก็จะได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จากนั้นก็จะต้องนำความขึ้นกราบบังคบทูล เพื่อขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งในราชกิจจานุเบกษา ให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบสถานะในตำแหน่ง ศาสตราจารย์ และบุคคลนั้นก็สามารถใช้ประกอบคำนำหน้าชื่อได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ดังนั้น กรณีที่มีบุคคลแอบอ้างได้ใช้คำในตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” เพื่อสื่อต่อสาธารณะให้ประชาชนคนไทย เกิดความเข้าใจผิดว่า “มีตำแหน่งทางวิชาการระดับ ศาสตราจารย์ นั้น จึงถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ หน่วยงานหลักที่ดูแลคือ อว.จะต้องเร่งดำเนินเรื่องนี้


รศ.ดร.วีรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่มายื่นที่นี่เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากทางสำนักงานก.พ. ยืนยันว่าไม่ได้มีการรับรองวุฒิ California university FCE ตนจึงมาที่กระทรวง อว.เมื่อมีหนังสือตอบรับก็จะดำเนินการต่อไป โดยตนและมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่รับไม่ได้ จะไปดำเนินคดีคนที่ไปแถลงข่าว 3 คน และโชว์เอกสารทำให้สังคมเข้าใจผิด ถือว่าได้นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่สาธารณะ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เอกสารที่นำมายื่นโชว์วันนั้นซึ่งก็ชัดเจนว่าไม่ใช่มหาวิทยาลัยเป็นเอกสารการเทียบวุฒิเท่านั้น การนำมาใช้ในหน่วยงานราชการ มีความสำคัญ คนทำทุกคนก็จะต้องมีการรับผิดชอบตรงนี้ด้วย เพราะถ้าจะเข้ามาสู่ระบบราชการ ไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัย หากจะใช้นำหน้าว่าศาสตราจารย์ก็จะต้องมาผ่านที่กระบวนการของกระทรวง อว.

รศ.ดร.วีรชัย ตั้งคำถามว่า กรณีคนนั้นที่โชว์ในใบเทียบวุฒิ อ้างว่าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และในเว็บไซต์ดังกล่าว ยังบอกว่ารัฐสภาไทยรับรองการเทียบวุฒิ แต่ไม่ใช่กระทรวง อว. รับรอง ก็ใช้ได้อย่างนั้นหรือ ก็ต้องตั้งคำถามไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องและการใช้ตำแหน่งสำคัญในเรื่องที่สำคัญจึงต้องขอความชัดเจน ส่วนทนายที่ตนมองว่าปฏิบัติไม่เหมาะสมกับการเป็นทนาย ในวงแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขอร้องเรียนไปกรรมการมรรยาททนายความ ให้ตรวจสอบด้วย นี่เป็นคดีที่ 3 แล้วที่ตนร้องไปกับทนายคนดังกล่าวนี้

รศ.ดร.วีรชัย ระบุ ตอนนี้ มี 1 คน ที่เป็นอดีตผู้สมัคร สว.แจ้งว่าต้องการดำเนินคดี กับผู้กล่าวอ้างใช้ตำแหน่ง ศ. และมีหลังไมค์มาอีกหลายคน ที่เป็นศิษย์เก่า ของ University of California สถาบันจริงที่น่าเชื่อถือ ที่รู้สึกอับอายกับการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว


ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ศาสตราจารย์ระดับ 11 ตัวจริงที่มาร่วมแถลงข่าวด้วย ก็กล่าวว่า คนที่เป็นศาสตราจารย์ได้ต้องเป็นอาจารย์ก่อนมีการไล่ลำดับขั้น มีพัฒนาการเป็นอาจารย์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ได้มีแต่ประเทศไทย ระบบนี้ทั้งโลกก็ใช้

เมื่อใช้ตำแหน่ง ศ. โปรไฟล์คุณต้องชัดเจนว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ต้องมีผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติที่ยอมรับ ค้นใน scopus ต้องเจอ มีตำรา มีหนังสือ กว่าจะผ่านได้ต้องมีคณะกรรมการจะมาประเมิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้สังคมเกิดความสับสน เพราะคนที่จะเข้าสู่กระบวนการนี้ได้ต้องผ่านมาด้วยความมุ่งมานะ ส่วนตัวตนใช้เวลา 7 ปี บางคนก็อาจเร็วหรือนานกว่านั้น ยอมรับว่ากรณีนี้ ทำให้อาจารย์หลายคนบั่นทอนขวัญกำลังใจ เพราะกว่าจะได้ระดับตำแหน่งก้าวขึ้นมาแต่ละลำดับนั้นมีขั้นตอน และผ่านมาด้วยความยากลำบาก และต้องเช็คย้อนหลังได้ว่าที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้างขอวิงวอนให้กระทรวง อว. มีความชัดเจนในการจัดการอย่างเร่งด่วน

ด้านนายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ที่เป็นตัวแทนผู้รับหนังสือ กล่าวว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ได้มีทั้งแบบที่ได้จากคุณวุฒิ และตำแหน่งวิชาการ โดยการให้ตำแหน่งทางวิชาการ หากจบได้วุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ จะต้องผ่านขั้นตอนการเทียบวุฒิกับ อว. ก่อน เมื่อจะมาทำงานในไทย ตำแหน่งในระบบราชการ หรือเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนที่อยู่ภายใต้ อว. โดยกรณีดังกล่าวขอเวลาไปดูรายละเอียดและจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป. -417-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]