fbpx

โจรวิ่งราวหนี ตร.บุกจับถึงบ้าน ปีนหลังคากระเบื้องแตก ร่วงเจ็บ

ตรัง 15 มิ.ย. – ตร.ตรังบุกจับผู้ต้องหาถึงบ้าน เจ้าตัวเผ่นขึ้นหลังคา แต่พลาดท่า กระเบื้องแตก ร่วงลงมาบาดเจ็บ สุดท้ายยอมเปิดประตูให้จับแต่โดยดี พบประวัติโชกโชน ติดคุกมากว่า 10 ครั้ง พ้นโทษเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดก่อคดีวิ่งราวทรัพย์ 4 คดี ในรอบ 12 วัน


พ.ต.ท.จรัญ โอนิกะ สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธร จ.ตรัง พร้อมชุดสืบสวน กว่า 10 นาย ร่วมกันจับกุมนายอนุรักษ์ หรือก้า อายุ 28 ปี ชาวตำบลทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ในสภาพบาดเจ็บที่หัวไหล่ สะโพกและตามลำตัว เนื่องจากตกลงมาจากหลังคาบ้านตัวเอง

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ไปเรียกที่ประตูบ้าน ผู้ต้องหาตกใจ รีบหนีขึ้นหลังคา แต่พลาดท่ากระเบื้องแตก ทำให้ร่วงตกลงมาบาดเจ็บ สุดท้ายยอมเปิดประตูให้จับกุมแต่โดยดี และยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


จากการตรวจค้นในห้องนอน พบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และยาบ้า 1 ถุง ประมาณ 200 เม็ด ผู้ต้องหายอมพาตำรวจไปเอาเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง ที่ได้จากการก่อเหตุ นำไปฝากไว้ที่บ้านแฟนสาว อ.กันตัง จ.ตรัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 3 ข้อหาคือ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และแจ้งข้อกล่าวหาวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการหลบหนี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาใช้รถ จยย. 3 คัน ในการก่อเหตุ โดยลงมือวิ่งราว 4 ครั้ง ภายใน 12 วัน โดยวันที่ 27 พฤษภาคม 65 ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอ 2 สลึง, วันที่ 31 พฤษภาคม ได้กระเป๋า เงินสด 2,200 บาท, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, วันที่ 5 มิถุนายน ได้เงินสด 130 บาท โทรศัพท์ 1 เครื่อง และวันที่ 7 มิถุนายน ได้เงินสด 800 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง เหตุเกิดบริเวณถนนรักจันทน์ หน้าวัดโคกหล่อ และหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควนปริง อ.เมืองตรัง จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่า เพิ่งพ้นโทษคดีวิ่งราวทรัพย์และยาเสพติดมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และเคยต้องโทษในคดีอาญามาแล้วกว่า 10 คดี ตั้งแต่ปี 2553 เมื่อครั้งยังเป็นเยาวชน ในคดีเกี่ยวกับวิ่งราวทรัพย์และยาเสพติด จนมาก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง


หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกวิ่งราวทรัพย์ บอกว่า วันเกิดเหตุ ขี่รถ จยย.มาจากบ้านเพื่อน กำลังจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงสี่แยกต้นสมอ คนร้ายขี่รถมาประกบและเบียดรถ ก่อนหยิบกระเป๋าที่ตะกร้าหน้ารถ หลบหนีไป พยายามขี่รถตาม แต่ก็คลาดกับคนร้าย รู้สึกตกใจมาก ฝากเตือนอย่าวางของหรือกระเป๋าไว้ตะกร้ารถ . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย