fbpx

ปัตตานีคุมเข้ม รร.เปิดเทอมวันแรกกว่า 300 แห่ง

ปัตตานี 17 พ.ค. – เปิดเทอมวันแรกคึกคัก ท่ามกลางมาตรการเข้มคุมโรค ขณะโรงเรียนอนุบาลปัตตานีจะอุทธรณ์ กรณีแต่งกายแบบมุสลิม


บรรยากาศวันแรกของการเปิดเรียนปีการศึกษา 1/2565 โดยทางมติของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดปัตตานีได้มีมติให้โรงเรียนทุกโรงสามารถเปิดเรียนแบบออนไซต์ได้ หลังจากต้องปิดโรงเรียนกว่า 2 ปี ทำให้ช่วงเช้าของวันนี้โรงเรียนกว่า 300 แห่งของเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 3 เขตของจังหวัดปัตตานี ได้เปิดเรียนอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก

เช่นเดียวกับโรงเรียนอนุบาลปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี บรรดาผู้ปกครองต่างนำบุตรหลานมาส่งทีโรงเรียนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ถนนหน้าโรงเรียนรถติดเป็นแถวยาว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานีคอยให้อำนวยความสะดวก โดยทางโรงเรียนได้ให้ครูจัดเตรียมอุปกรณ์ทั้งที่ตรวจอุณหภูมิ เจล ล้างมือ เพื่อทำการคัดกรองเด็กนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนทุกคน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยทางโรงเรียนไม่ยินยอมให้ผู้ปกครองเข้าไปส่งนักเรียนในโรงเรียน ทำให้ผู้ปกครองหลายรายต่างยืนมองดูบุตรหลานของตนเองได้แค่บริเวณรั้วกำแพงของโรงเรียนเท่านั้น 


ส่วนกรณีของโรงเรียนที่มีข้อพิพาทระหว่างผู้ปกครองของเด็กและคณะผู้บริหารของโรงเรียนในกรณีที่ผู้ปกครองร้องขอให้ทางโรงเรียนอนุญาตให้เด็กนักเรียนมุสลิมแต่งกายด้วยชุดนักเรียนที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม จนมีการร้องต่อศาลปกครอง โดยศาลปกครองจังหวัดยะลามีคำพิพากษาหมายเลขดำที่ 9/2565 ให้นักเรียนสามารถแต่งเครื่องแบบและแต่งกายตามข้อกำหนดของอิสลามได้ แต่ทางโรงเรียนอนุบาลปัตตานีได้ออกประกาศโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ว่าในที่ประชุม เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้อุทธรณ์คำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 9/2565 ต่อศาลปกครองสูงสุด เพราะถือว่าคดียังไม่สิ้นสุดจนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งไม่รับ อุทธรณ์ หรือมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดยะลา นั้น มีผลเพียงผู้ฟ้องคดีทั้ง 20 รายเท่านั้น ส่วนนักเรียนรายอื่นที่จะแต่งกายตามข้อกำหนดของหลักศาสนาได้ ต้องรอจนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหรือมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คดีนี้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา