fbpx

ตรวจสอบเจ้าของโรงโม่ไม่เกี่ยวยักยอกเงินวัดบวรฯ

ตราด 6 เม.ย. – สอบเจ้าของโรงโม่ และเจ้าอาวาสวัดรัตนวราราม ไม่พบความผิดปกติเส้นทางการเงิน 200 ล้านบาท ในการก่อสร้างวัดว่าเกี่ยวข้องคดียักยอกเงินวัดบวรฯ


หนึ่งในวัดสาขาที่ จ.ตราด คือ วัดรัตนวราราม อ.บ่อไร่ วันนี้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางไปพบนายสุรศักดิ์ เจ้าของบริษัท เพชรสยามศิลาตราด จำกัด และนายพิชานนท์ ลูกชาย พร้อมพระครูกิตติวัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดรัตนวราราม เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่คนสนิทสมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ยักยอกเงินกว่า 200 ล้านบาท

การสอบปากคำครั้งนี้ได้มีการสอบถามในเรื่องเงินที่ทางบริษัท เพชรสยามศิลาตราด จำกัด ได้รับการโอนเงินผ่านเข้ามาในบัญชีของบริษัท รวมถึงการเบิกจ่ายไปทำอะไร และให้ใคร รวมทั้งมีธุรกรรมการเงินอย่างไรบ้าง ซึ่งนายสุรศักดิ์ เจ้าของโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด และพระครูกิตติวัฒนคุณ ได้อธิบายถึงการเบิกจ่าย พร้อมนำเอกสารการเบิกจ่ายกว่า 50-60 หน้า มาแสดง


หลังสอบปากคำนานกว่าชั่วโมงครึ่ง พ.ต.อ.เอนก บอกว่า การมาสอบปากคำทั้ง 3 คน วันนี้ เพราะตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของสมเด็จพระวันรัต ที่มีการโอนเงินมาจากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาบางลำพู ส่งมาที่บัญชีโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด เป็นเงินจำนวนมาก เพื่อก่อสร้างวัดรัตนวราราม ที่มีมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท จึงต้องมาตรวจสอบว่ายอดเงินการโอนและการใช้จ่ายตรงกันหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีความโปร่งใสและยอดการโอนตรงกัน ส่วนสาเหตุที่ต้องโอนเงินมายังบัญชีโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด เพราะเจ้าของโรงโม่เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สมเด็จพระวันรัต เพื่อก่อสร้างวัด กว่า 60 ไร่ จึงดำเนินการโอนเงินมาให้ แต่การเบิกจ่ายจะมีเจ้าอาวาสวัดและคนของสมเด็จพระวันรัต ดูแลและเบิกจ่ายเอง

โดยการโอนแต่ละครั้งตลอดระยะเวลา 5-6 ปี นับร้อยครั้ง จะมีจำนวนไม่เท่ากัน แต่จากการตรวจสอบทั้งต้นทางและปลายทางไม่มีปัญหา เพราะมียอดตรงกัน โดยเฉพาะปลายทาง ทั้งเจ้าอาวาสวัดและเจ้าของโรงโม่ มีความชัดเจน โปร่งใส ไม่มีข้อพิรุธว่ามีการทุจริตแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่คนสนิทสมเด็จพระวันรัตยักยอกเงินนั้นจะมาจากส่วนใด ไม่ขอตอบ แต่จะอยู่ในสำนวน

ด้านนายพิชานนท์ ลูกชายเจ้าของโรงโม่ ยืนยันความบริสุทธิ์ โดยได้แสดงบัญชีทั้งหมดในการเบิกเงินมาก่อสร้างวัด ซึ่งเบิกจ่ายไปตามที่ได้รับมาจากทางสมเด็จพระวันรัต จำนวนกว่า 140 ล้านบาท และเหลือเงินมาอีก 14 ล้านบาท โดยยอดสุดท้ายโอนมา 19 ล้านบาท เป็นบัญชีของวัดรัตนวราราม และได้ใช้ไปแล้วส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาหลังเกิดเป็นประเด็น ทำให้ถูกพุ่งเป้ามาที่บริษัท ซึ่งได้ชี้แจงความชัดเจน และยังยืนยันจะดำเนินการก่อสร้างที่เหลือจนแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ของสมเด็จพระวันรัต


เร่งขยายผลยักยอกเงินวัดบวรฯ
คดีนี้ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมนายเนย ลูกศิษย์คนสนิทที่มีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระวันรัต และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร ตั้ง 4 ข้อหา คือ ฉ้อโกง ลักทรัพย์ ปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม และฟอกเงิน

ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบมีการโอนเงินจากบัญชีธนาคารวัดเข้าบัญชีส่วนตัวของนายเนยหลายครั้ง ก่อนจะนำไปแปลงเป็นทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งรถหรู และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ โดยเฉพาะรถหรูยี่ห้อต่างๆ ที่ตำรวจตามยึดได้ทั้ง 9 คัน จากการตรวจสอบเอกสารการครอบครอง พบมีชื่อของนายเนยเป็นผู้ครอบครองเพียงไม่กี่คัน ส่วนใหญ่ชื่อผู้ครอบครองรถจะเป็นชื่อของบุคคลใกล้ชิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ด้วยหรือไม่

จากการตรวจสอบบัญชีการเงินของวัดในช่วงปี 2564 พบว่านายเนยได้นำบัญชีธนาคารของวัดหลายบัญชีไปเบิกถอนออกมาเป็นเงินสดอยู่หลายครั้ง โดยไม่ทราบว่าเป็นการเบิกถอนเงินออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด และยังใช้โทรศัพท์ในการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสมเด็จพระวันรัต และบัญชีอื่นของวัดบวรฯ มาใส่บัญชีของตนเอง

จากการตรวจสอบยังพบว่าในช่วงที่สมเด็จพระวันรัตอาพาธ นายเนยยังใช้อุบายหลอกลวงให้ลงลายมือชื่อในใบถอนเงิน แล้วเขียนจำนวนเงินที่ต้องการเอง นอกจากนี้นายเนยยังได้ให้คนใกล้ชิดสมเด็จพระวันรัตอีกคนหนึ่ง นำใบถอนเงินไปถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของวัดวชิรธรรมาราม แล้วซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายให้ตนเอง จนทางวัดวชิรธรรมาราม พบพิรุธจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นำมาสู่การออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัวนายเนยได้เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

กอนช. สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือฝนชุกปลายฤดู

ขณะนี้เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของปี โดยปีนี้เป็นปีที่ฝนมากกว่าค่าปกติเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานพร้อมรับมือ สำหรับลุ่มเจ้าพระยาที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจะเริ่มนำน้ำหลากเข้าไปฝากในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง ด้านกรมชลประทานย้ำบริหารจัดการน้ำในเขื่อนอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัย

ลูกจ้างเตรียมเฮ รัฐปรับเพิ่มค่าแรง

“สุชาติ” เผย คุยนายกฯ เรื่องปรับค่าแรง ยันไม่กระทบนายจ้าง-นักลงทุน นายกฯ-ครม.ไม่กังวลปม 8 ปี ไม่ก้าวล่วง ให้ศาลตัดสิน