fbpx

พัฒนามันฝรั่งพันธุ์เชียงใหม่ ให้เกษตรกรไทยเพาะปลูก

เชียงใหม่ 25 มี.ค.-กรมวิชาการเกษตร พัฒนามันฝรั่งพันธุ์ เชียงใหม่ 1 และ เชียงใหม่ 2 ให้เกษตรกรไทยเพาะปลูก สร้างรายได้ ลดนำเข้า

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร พัฒนาและยกระดับคุณภาพการผลิตมันฝรั่ง ปลอดโรค โดยใช้มันฝรั่งพันธุ์ เชียงใหม่ 1 และ เชียงใหม่ 2 ให้เกษตรกรไทยเพาะปลูก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม ลดการนำเข้ามันฝรั่งจากต่างประเทศ สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกรไทย


มันฝรั่ง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีเกษตรกรปลูกมันฝรั่ง 7,900 ครัวเรือน ผลผลิตรวม 120,000 ตัน เป็นพืชอนาคตที่เติบโตอย่างมากในอุตสาหกรรมมันฝรั่ง ทำให้มีความต้องการมากถึงปีละ2แสนตัน มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันเกษตรกรไทยไม่สามารถผลิตมันฝรั่งได้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งภายในประเทศ เนื่องจากปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศและโรคพืช ทำให้เกษตรกรเก็บหัวพันธุ์ได้น้อยและไม่ได้คุณภาพ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อระบบขนส่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ขาดแคลนปัจจัยการการผลิต จนไม่สามารถผลิตมันฝรั่งได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแปรรูปมันฝรั่ง จึงมีการนำเข้ามันฝรั่งจากต่างประเทศมาใช้ถึงปีละกว่า 6 หมื่นตัน มูลค่า 860 ล้านบาท

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอฝาง ดูการดำเนินการยกระดับคุณภาพการผลิตมันฝรั่ง ที่ได้มีการวิจัยโดยใช้มันฝรั่งพันธุ์ เชียงใหม่ 1 และ เชียงใหม่ 2 รวมทั้งนำเทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งปลอดโรคที่กรมวิชาการเกษตรร่วมกับภาคเอกชน สร้างโรงเรือนผลิตเนื้อเยื่อพ่อแม่พันธุ์และทดสอบพันธุ์ใหม่ๆเพื่อให้ทนต่อสภาพอากาศได้ดี เพื่อให้มีผลผลิตที่สูงกว่า 3 ตันต่อไร่ และได้เปอร์เซ็นต์แป้งที่สูงกว่าร้อยละ20 สามารถต้านทานโรคเหี่ยวเขียว และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่น้อยกว่า 90 วัน โดยได้จัดฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยผลิตหัวพันธุ์ฝรั่งและกระจายหัวพันธุ์ดีราคาถูก ได้มาตรฐาน จีเอพี ให้เกษตรได้เพาะปลูกทดแทนพันธุ์เดิม เพิ่มผลผลิตได้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งในประเทศ ลดปัญหาการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้ทำเอ็มโออยู่ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตมันฝรั่งในการที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสมด้วย


ทั้งนี้หากการดำเนินการนี้ประสบความสำเร็จ จะส่งผลดีต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตภายในประเทศ และช่วยลดภาระการนำเข้ามันฝรั่งได้ กว่าปีละ 1,000 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงพร้อมผลักดันการพัฒนาและยกระดับมันฝรั่งไทย ให้มีการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งปริมาณและด้านคุณภาพ เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งรายได้ที่ดีของเกษตรกรไทยโดยเฉพาะเกษตรกรในภาคเหนือ

ด้านเกษตรกร นายณัฐภาคิน จองคำ เกษตรกร บอกว่าดีใจที่กรมวิชาการเกษตรเข้ามาส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งให้ได้ปริมาณและคุณภาพมากขึ้น หลังจากประสบปัญหาผลผลิตน้อย และต้องแบกต้นทุนที่สูงจนเกือบถอดใจ ถ้าหากอนาคตมีการประกันราคารับซื้อจากเอกชนด้วยก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ

ขณะที่ภาคเอกชน ผู้ผลิตมันฝรั่งแปรรูป นายชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตรบริษัทเอกชน บอกว่าพร้อมสนับสนุนเกษตรกร ด้วยการทำเกษตรพันธสัญญาประกันราคารับซื้อขั้นต่ำและให้ราคารับซื้อที่มากสุดถึงกิโลกรัมละ 18 บาท.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา