fbpx

รถขนแรงงานเถื่อนหนีเข้าเมือง ชนเกาะกลาง สังเวย 6 ศพ

ประจวบคีรีขันธ์ 16 มี.ค. – รถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา เต็มคันรถ ประสบอุบัติเหตุชนเกาะกลางถนน เสียชีวิต 6 ราย เจ็บสาหัส 5 ราย คนขับไหวตัวหลบหนี


เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 65 ตำรวจ สภ.คลองวาฬ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. หลักกิโลเมตรที่ 316 + 800 หมู่ 9 บ้านหนองน้ำขาว ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นทางโค้ง และมืดสนิท พบรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต ตอนครึ่ง สีดำ ประสบอุบัติเหตุชนกับกาดเลนเกาะกลางถนนได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตนอนเกลื่อนร่องกลางถนน และยังมีรถตู้มองไม่เห็นวิ่งเข้ามาชนซ้ำ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้โดยสารมากับรถกระบะ เป็นแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา รวม 18 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ไปโรงพยาบาล 7 คน และเสียชีวิตรวม 6 คน แบ่งเป็นชาย 2 คน หญิง 3 คน และเด็กหญิง 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันลำเลียง นำผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์


จากการสอบถามแรงงานเถื่อนหญิงชาวเมียนมาที่พอพูดภาษาไทยได้ ระบุว่า เดินทางมาจากบริเวณบ้านมูด่อง ฝั่งประเทศเมียนมาและกำลังจะเดินทางมุ่งหน้าไปมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร แต่รถกระบะได้ประสบอุบัติเหตุยางล้อหน้าระเบิดจนรถเสียหลักชน เหล็กกั้นกลางถนนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเสีย ส่วนคนขับกระบะได้หลบหนีไป ด้านคนขับรถตู้ให้การว่าตนเองขับรถมุ่งหน้าเข้า กทม. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งและมืดสนิท ตนมองไม่เห็นรถกระบะสีดำ จึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง แต่โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย ทหาร ตำรวจ สามารถจับกุมแรงงานเถื่อนเมียนมา ชาย-หญิง ที่ลักลอบข้ามแดนไทยบริเวณแนวเทือกเขาตะนาวศรี ได้บริเวณถนนสายวังมะเดื่อ-ถ้ำหมี บ้านหุบไผ่ หมู่ 6 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้อีก 20 คน แบ่งเป็นชาย 17 คน หญิง 3 คน พร้อมยึดรถของกลางเป็นรถกระบะ สีบรอนซ์-เงิน 1 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ไว้เป็นหลักฐาน ส่วนแรงงานเถื่อนเมียนมาทั้งหมดได้ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วง 1-2 ก.ค.65

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.65 ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ปลัด สธ. แจงรักษาโควิดฟรีตามสิทธิ ป่วยสีแดงเข้ารพ.ได้

ปลัดสธ. แจงพ้นการระบาดใหญ่ 1 ก.ค. จะวันไหนก็ไม่แตกต่าง ชี้ยกเลิก UCEP Plus คืนกลับรักษาโควิดตามสิทธิ เป็นเรื่องการบริหารจัดการหลังบ้าน ยังคงรักษาฟรี ป่วยวิกฤติสีแดงเข้ารักษาในรพ.ได้ตามปกติ เชื่อโควิดอยู่รอบตัวไปอีก 2 ปี พร้อมย้ำต้องคงมาตรการ Bubble and Seal ในโรงงานทุกแห่ง ป้องกันการสูญเสียทางเศรษฐกิจ