fbpx

พายุกระหน่ำบุรีรัมย์ โดมพระนอนองค์ใหญ่พังถล่ม

ภูมิภาค 7 มี.ค. – พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรงพัดถล่มสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยที่ จ.เพชรบูรณ์ มีบ้านเรือนเสียหาย 14 หลัง บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ พายุกระหน่ำโดมพระนอนองค์ใหญ่พังถล่มลงมาทั้งหลัง


นายเสกสรร กลิ่นพูน นายอำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เกิดพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง และฝนตกในพื้นที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เป็นเหตุให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเบื้องต้น 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน รวม 14 หลังคาเรือน โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ 1 โรง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 2 ราย ทั้งนี้ อ.หล่มเก่า ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

นายณัฐพล ทองด้วง ชาวบ้านหนองบัวแก้ว อ.หล่มเก่า เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าถึงเที่ยงของเมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) ท้องฟ้าโปร่ง แดดจ้า ตนและชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกยาสูบขาย ได้นำยาเส้นมาตากแดด แต่หลังจากเที่ยง ลมพายุพัดมาอย่างรุนแรงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เก็บแผงยาเส้นไม่ทัน ลมพายุพัดยาเส้นปลิวลอยสูญหายไปได้รับความเสียหายรวมกับคนอื่นนับพันแผง มูลค่าความเสียหายในส่วนของตนเองประมาณ 50,000 บาท จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือในความเสียหายนี้ด้วย


ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ เกิดพายุพัดกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ แรงลมได้พัดโดมพระนอนองค์ใหญ่ บนวัดเขาพระอังคาร ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ พังถล่มลงมาทั้งหลัง ซึ่งโดมหลังดังกล่าวสร้างจากแรงศรัทธาพลังบุญของญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาเกือบ 5 ล้านบาท เมื่อปี 2562 ปัจจุบันโดมหลังดังกล่าวใช้เป็นสถานที่จัดพิธีกรรม และกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ รวมถึงเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีพระสงฆ์ หรือญาติโยมอยู่ภายใน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

และที่น่าแปลกใจคือ โครงเหล็กและหลังคาโดมที่พังถล่มได้ทับองค์พระนอนที่อยู่ใต้โดมทั้งองค์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า องค์พระนอนไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่นิดเดียว ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า น่าจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระนอน

ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด เกิดพายุฤดูร้อนพัดรุนแรงในพื้นที่ อ.โพนทอง นานกว่า 30 นาที ทำให้บริเวณวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการโพนทอง มีต้นหว้าและกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักทับรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กต 1255 กาฬสินธุ์ เสียหาย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลโพนทอง ได้นำเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ กิ่งไม้ที่ล้มทับรถและกีดขวางการจราจรออกแล้ว


นอกจากนี้ ยังมีหลังคาบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดหลุดออกจากตัวบ้าน ได้รับความเสียหายมากกว่า 20 หลังคาเรือน. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย