fbpx

ติดโควิดยกบ้าน สูญเสียพ่อแม่ พี่สาวโคม่า

19 ก.ค. – หลายจังหวัดยังพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก เช่นที่แม่สอด หมอที่นำทีมสอบสวนและควบคุมโรคถึงขั้นถอดใจขอลาออกจากทีม แต่ย้ายไปดูแลผู้ป่วยแทน ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี มีผู้ป่วยติดโควิดยกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุในบ้าน 2 คนเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน


กู้ภัยนำร่างของหญิงวัย 82 ปี ภรรยาอดีตรองนายกเทศมนตรีสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มาประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดจันทรังษีฉิมาวาส หรือวัดศรีสำราญ เพราะติดโควิดสายพันธุ์อินเดีย การเสียชีวิตของหญิงรายนี้นับเป็นรายที่ 2 ของครอบครัว เพราะก่อนหน้านี้อดีตรองนายกเทศมนตรี วัย 79 ปี ก็เพิ่งเสียชีวิตเพราะโควิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำหรับครอบครัวนี้มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 5 คน

ลูกชายคนโตยอมรับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ก่อนพ่อเสียชีวิต ได้ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน จากนั้นมีอาการไอ เหนื่อยหอบ มีไข้สูง พอส่งไปตรวจก็พบว่าติดโควิด รักษาตัวได้ 2 วันก็เสียชีวิต ส่วนตัวเองรักษาจนหายแล้ว แต่น้องสาวอายุ 53 ปี ยังโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พอพ่อเสียก็ใจเสีย แม่กลับมาจากไปอีกในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวจิตใจย่ำแย่ ได้แต่หวังปาฏิหาริย์ให้คนที่ป่วยอยู่ รอดปลอดภัย เพราะเชื่อว่าโรคนี้มันรุนแรงมากและน่ากลัวมาก



ขณะที่ อสม.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 56 คน ซึ่งเป็นนักรบด่านหน้า แต่ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมตัวกันที่หน้าโรงพยาบาลน้ำพอง เรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งจัดสรรให้ได้รับการฉีดด่วน เพราะต้องพบปะพูดคุยและลงพื้นที่พบกับคนป่วย และกลุ่มคนเสี่ยงกับการติดโควิด ทำงานกันทุกวัน

ด้านนายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอน้ำพอง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่อำเภอน้ำพองได้รับวัคซีนมาพันกว่าโดส จัดสรรฉีดให้บุคลากรด่านหน้า ทั้งแพทย์และ อสม. โดยได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก 500 คน ครั้งที่ 2 จำนวน 700 คน อาจมีบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับ สำหรับ อสม.ที่ร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับการฉีด ได้ตรวจสอบกับคณะเจ้าหน้าที่บริหารวัคซีนแล้ว พบข้อมูลว่ามีการจัดสรรให้กลับทุกกลุ่มไปแล้ว แต่อาจยังไม่ทั่วถึง ซึ่งจะมีการตรวจสอบเพิ่มเพื่อให้ได้รับวัคซีนทุกคน และ อสม.กลุ่มที่มาเรียกร้อง พอทราบเรื่องก็ไม่สบายใจ ได้ประสานให้คณะเจ้าหน้าที่บริหารวัคซีนจัดสรรวัคซีนให้ อสม.ทุกคนแล้ว

รพ.พุทธชินราช พิษณุโลกทำคลอดแม่ป่วยโควิดสำเร็จ
แพทย์สูติกรรมโรงพยาบาลพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก ทำคลอดคุณแม่วัย 29 ปี ที่ติดโควิดมาจากโรงงาน ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์มา 34 สัปดาห์ 6 วัน แต่เกิดปวดท้องคลอดลูก แพทย์สูติกรรม โรงพยาบาลพุทธชินราช จึงได้นำตัวแม่มาพร้อมเตียงความดันลบ เข้าห้องผ่าตัดทำคลอด ท่ามกลางการระมัดระวังของแพทย์ที่ต้องแต่งกายให้มิดชิด สวมชุด PPE มาตรการสาธารณสุข ในที่สุดทำคลอดได้สำเร็จในเวลา 12.25 น.ทารกน้อยเพศหญิงยังดูสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักตัว 2190 กรัม


ทั้งนี้ หลังผ่าตัด แพทย์ได้รีบนำตัวลูกแยกออกจากแม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็ต้องตรวจหาเชื้อโควิดเด็กน้อยอีกครั้ง ขณะที่แม่อาการปลอดภัยดี เคสนี้นับเป็นเคส 3 ของการผ่าตัดให้แม่ที่ติดโควิดของจังหวัด ซึ่งเคสที่ 1 และ 2 ได้ทำการผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม และปลอดภัยดีทั้งแม่ละลูก

ส่วนที่ จ.ตาก กรณี หมอเบียร์ อายุรกรรมโรคติดเชื้อโรงพยาบาลแม่สอด โพสต์เฟซบุ๊ก ตัวเลขติดเชื้อสาหัส จนต้องขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าทีมควบคุมโรค

ล่าสุด นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าฯ ตาก ออกมาชี้แจงว่า คุณหมอท่านนี้เดิมมีหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยประจำโรงพยาบาลแม่สอด และจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปีก่อน ท่านก็ได้รับหน้าที่มาดูแลการควบคุมการระบาดของโควิด ทั้งเป็นหัวหน้าทีมสอบสวนโรค วางแผนการดำเนินงานทางด้านการแพทย์ ควบคู่กับ ผอ.และรอง ผอ.โรงพยาบาลแม่สอด คือ ทำหน้าที่หลายด้านมาก และเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด วันนี้จึงเกิดความเหนื่อยล้า ขอถอนตัวจากทีมสอบสวนโรค มาทำหน้าที่หมอในการรักษาดูแลคนไข้อย่างเดียว ยืนยันคุณหมอลาออกไม่กระทบกับการทำงานด้านสอบสวนโรค เพราะมีการจัดสรรทีมไว้หลายทีม อย่างไรก็ตาม อยากบอกคุณหมอหากหายเหนื่อยแล้ว ขอให้ท่านกลับมาช่วยทำหน้าที่ต่อ

สำหรับสถานการณ์โควิดตั้งแต่ 1 เมษายน 64 ถึง 19 กรกฎาคม จ.ตาก มีผู้ป่วยสะสม 2,431 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยใน อ.แม่สอด มากถึง 1,809 คน. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย