หนุ่มอ่างทองผันตัวขายกล้วยใบด่าง รับเดือนละ 2 แสน

อ่างทอง 8 ก.ค.- หลังโควิด-19 ทำพิษ เจ้าของร้านอาหารดังที่อ่างทองผันตัวเปิดเพจขายกล้วยด่าง สร้างกำไรถึงเดือนละกว่าสองแสนบาท หลังประสบปัญหาจนต้องปิดร้าน


หลังการระบาดของโควิด-19 ทั้ง 4 ระลอกส่งผลกระทบให้กับประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่นเดียวกับน้องเบ๊นซ์ หรือ นายภานุพันธุ์ พันธ์เสือทอง วัย 36 ปี เจ้าของร้านอาหาร “ฟาร์มฮัก” ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดอ่างทองต้องปิดตัวลง ทำให้น้องเบ็นซ์ต้องผันตัวเองด้วยการหันมาเปิดเพจ “MUZA Florida Thailand” ซึ่งเป็นเพจที่รวบรวมพันธ์ุกล้วยด่างหลากหลายชนิด เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจและด้วยลีลาการไลฟ์สดที่เริ่มต้นตั้งแต่การไปขุดหน่อกล้วยด่างด้วยตนเอง จนกระทั่งถึงการขายผ่านไลฟ์สดและจัดส่งถึงมือลูกค้าด้วยตนเอง

น้องเบ็นซ์เล่าให้ฟังว่าจุดเปลี่ยนเกิดจากหลังเปิดร้านอาหาร “ฟาร์มฮัก” มา 2 ปี ซึ่งประสบปัญหาในเรื่องของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มาโดยตลอดจนทำให้ทนแบกรับภาระไม่ไหวจึงต้องปิดไป แต่ด้วยความที่ตนไม่หยุดนิ่งจึงคิดที่จะหาอาชีพให้กับตัวเอง ซึ่งก่อนที่จะมาเปิดร้านก็รับจัดสวนต้นไม้อยู่แล้ว พอได้พบกับ เฮียหมู ไทเส็งยนต์ ซึ่งเป็นพี่ที่เคารพนับถือได้ชักชวนกันขายกล้วยด่างซึ่งช่วงแรกกระแสกำลังเริ่มมา โดยเฉพาะกล้วยด่างฟอริด้า จึงเริ่มจากการทำเพจและตระเวนหาซื้อกล้วยด่างไปทั่วประเทศ ก่อนนำมาเพาะชำและนำมาไลฟ์สดขายให้กับลูกค้าในเพจจนมีผู้สนใจจำนวนมาก โดยจุดเด่นของเราก็คือไปขุดเอง ดูแลรักษาเองก่อนส่งมอบให้กับลูกค้าถึงบ้านแถมยังไปปลูกให้ด้วย ซึ่งลูกค้าที่ติดตามจะเห็นทุกกระบวนการของเราทำให้มั่นใจในคุณภาพ โดยแต่ละต้นมีราคาไม่เท่ากันจากหลายหมื่นบาทไปจนถึงหลายแสน ทำให้สร้างกำไรให้ถึงเดือนละกว่า 200,000 บาท เลยทีเดียว


ต้นกล้วยด่างแต่ละต้นแต่ละพันธุ์มีเอกลักษณ์ลายใบที่ไม่เหมือนกัน และกระบวนการเพาะชำที่ต้องใช้การดูแลเอาใจใส่เพราะกล้วยด่างแต่ละหน่อที่เลี้ยงไม่ใช่ว่าออกมาแล้วจะด่าง บางต้นกลายเป็นใบเผือกซึ่งขายไม่ได้ ทำให้มีราคาสูง ซึ่งหากใครที่สนใจอยากเรียนรู้พันธุ์หรือสนใจอยากที่เลี้ยงกล้วยด่างสามารถเข้าไปติดตามในเพจ “MUZA Florida Thailand” .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้