มอบตัวแล้ว! คนขับรถพ่วงน้ำมัน ยอมรับผิดและจะไม่ทำอีก

ปราจีนบุรี 11 มิ.ย.- จากคลิป “รถพ่วงน้ำมัน” ขับส่ายไปมาบนถนน ล่าสุดวันนี้ทางผู้ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวเข้ามอบตัวกับตำรวจเเล้ว เผยว่าที่ขับส่ายไม่ได้กลั่นเเกล้งแต่หลบหลุมและโดนคนที่ขับตามหลังให้ของลับจึงโมโหและทำพฤติกรรมดังปรากฏในคลิป ยืนยันจะไม่ทำอีก 


กรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทะเบียนเพชรบุรี บรรทุกน้ำมันขับส่ายไปมาบนถนนเป็นที่หวาดเสียวจนมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.นันทวุฒ์  สุวรรณละออง ผบก.ปราจีนบุรี สั่งการให้ สภ.ศรีมหาโพธิ เร่งดำเนินการติดตามคนขับมาดำเนินคดีโดยเร็ว ล่าสุดวันนี้ ตำรวจทางหลวง สทล.3 กก.3 บก.ทล.สตช.ได้นำตัวนายประมวล ภูโคกยาง อายุ 31 ปี ชาวสกลนคร คนขับรถคันดังกล่าวเดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.วีระชน ขนไทย สวป.สภ.ศรีมหาโพธิ ก่อนนำตัวไปให้ขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี สอบสวนบันทึกประวัติการขับขี่ พร้อมกับนายจ้างเจ้าของรถ โดยทางขนส่งจังหวัดพิจารณาลงโทษนายประมวล ด้วยการห้ามขับขี่รถบรรทุกประเภท 3 เป็นเวลา 90 วัน พร้อมทั้งสั่งให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ตามกรอบเวลาที่กำหนด 

จากนั้นนำตัวนายประมวล  ภูโคกยาง ส่ง พ.ต.ต.จักรพล ใจเชื่อม พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ซึ่งทางนายประมวลยอมรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าวตามคลิปที่ปรากฏจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร โดยประมาทหรือหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการจับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านให้พอแก่ความปลอดภัย ขับขี่คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแนวแบ่งช่องทางเดินรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ก่อนนำส่งอัยการจังหวัดเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป 


ขณะที่นายประมวล เผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังตนขับรถมาแล้วหลบหลุมคนที่ขับตามหลังคิดว่าตนเองแกล้งจึงขับรถขึ้นมาแล้วให้ของลับ ตนกับพี่ชายจึงโมโหขับรถส่ายเพื่อปาดแต่ไม่มีเจตนาให้เกิดอันตราย แต่ก็ยอมรับผิดที่ได้ทำลงไปและยืนยันว่าจะไม่กระทำดังกล่าวอีกต่อไป.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย