ตั้งรางวัลนำจับมือดีฉีดสเปรย์ใส่บ้าน-รถ

ขอนแก่น 25 พ.ค.-เจ้าของบ้านตั้งรางวัลนำจับ 5,000 บาท ให้ผู้แจ้งเบาะแสหญิงสวมหมวกกันน็อกฉีดสีสเปรย์ใส่รั้วบ้าน พื้นบ้าน และท้ายรถ ล่าสุด ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเร่งล่าตัวดำเนินคดี


ความคืบหน้ากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เรียกผมว่า ขุนทิค” โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์มือดีใช้สีสเปรย์มาพ่นใส่รั้วบ้าน พื้นบ้าน และท้ายรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่หน้าบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 2 นาทีแล้วรีบเดินหนีไป โดยมีลักษณะคล้ายผู้หญิง สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบมีกระจกใสด้านหน้า สวมเสื้อแจ็คเก็ตเอาแขนสองข้างขึ้นประมาณข้อศอก สวมกางเกงขายาว ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความด้วยว่า “ตั้งรางวัลนำจับและตามหาบุคคลภายในคลิปครับ ค่าหัว 5,000 จับได้อัดคลิปกระทืบแล้วส่งมาให้ ในเมื่อแจ้งความไปแล้วสองครั้งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พิกัดขอนแก่น”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับผู้โพสต์คือ นายเจริญจิตร ผดุงจิตร อายุ 33 ปี อาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ชาว จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านของตัวเอง ซึ่งเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ตรงข้ามโรงพยาบาลขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งมีน้องสาวทำงานเป็นพยาบาล วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา มือดีก็มาพ่นสีสเปรย์ที่รั้วบ้านและท้ายรถซ้ำอีก ซึ่งตนและน้องสาวก็สงสัยว่าใครมีเจตนาอะไร เพราะไม่เคยมีศัตรูที่ไหน จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น แต่เรื่องเงียบ จึงตัดสินใจติดกล้องวงจรปิด ก็พบว่ามีคนร้ายมาก่อเหตุในช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน จึงนำภาพในวงจรปิดเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น อีกครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงโพสต์เฟซบุ๊กให้ชาวเน็ตช่วยแจ้งเบาะแสพร้อมทั้งจะมอบเงินรางวัลนำจับด้วย 5,000 บาท คนที่เห็นภาพ และมั่นใจว่าใช่คนร้ายขอให้แจ้งเบาะแสมาจะมีเงินรางวัลนำจับให้


พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนภาพในคลิปที่เป็นหลักฐานนำมาแจ้งความนั้นเห็นภาพของบุคคลที่ลงมือก่อเหตุจริง แต่มีการปิดบังหน้าตา จึงไม่ทราบว่าเป็นใคร เป็นชายหรือหญิงหรือสาวประเภทสอง ซึ่งสันนิษฐานว่า อาจจะมีปัญหาทางจิตใจหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่เร่งติดตามหาตัวคนก่อเหตุรายดังกล่าวอยู่ โดยเบื้องต้นเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ช่วยผู้ที่ติดค้างใต้ซากตึกถล่ม

ระดมทีมค้นหาสุดกำลัง ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างใต้ซากอาคาร สตง. ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ทุกภาคส่วนยังทำงานแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ล่าสุดมีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบอาคาร สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว

“อนุทิน” เซ็นตั้ง คกก.สอบ หลังตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดิน​ไหว​เพียงตึกเดียว​ คาดรู้ผลใน 7 วัน ยันไล่บี้ตั้งแต่แบบอาคารและการก่อสร้าง ชี้ทั้งบริษัทไทย-จีน​ ต้องรับผิดชอบเต็มร้อย ​ขณะทูตจีนพาผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวพบ

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหาย 18 จังหวัด

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 18 จังหวัด เฉพาะกรุงเทพฯ เสียชีวิต 9 ราย สูญหาย 79 ราย ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากอาคารถล่ม ขณะที่กรมบัญชีกลางขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 200 ล้านบาท

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่ม

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่มจตุจักร เข้าสู่ 48 ชม. นานาชาติร่วมส่งเครื่องมือช่วยเหลือ พร้อมเร่งจัดการจราจรให้ทันวันพรุ่งนี้