fbpx

ปัตตานีคุมเข้มห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมเกิน 50 คน

ปัตตานี 18 เม.ย.-ปัตตานีคุมเข้มกิจกรรมห้ามเกิน 50 คน ฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย พบผู้ติดเชื้อแล้ว 7 ราย ออกคำสั่งให้คนมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง 19 จังหวัด ต้องรายงานตัวเจ้าหน้าที่


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 เม.ย. 64 ที่ห้องประชุมธราดล ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการโคติดต่อจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในการประชุมติดตาม และวางมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยในที่ประชุมมีการนำข้อกำหนดของทาง ศบค. ได้ออกมาตรการข้อกำหนดมาใหม่ ฉบับ ที่ 20 ทางจังหวัดปัตตานีจึงได้ออกมาตรการตามคำสั่ง และข้อกำหนดดังกล่าว มาปรับใช้ให้เข้ากับพื้นที่จังหวัดปัตตานี

โดยทางจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งบังคับใช้อยู่ 3 ประการ คือ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้ง 19 จังหวัด จะต้องเข้ามารายงานตัว เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคคัดกรอง ว่ามีความสี่ยงสูงมาน้อยแค่ไหน ประการที่ 2 คือ สถานบันเทิง แหล่งมั่วสุม ในการจำหน่ายสุรา หรือสถานที่รวมกลุ่มกันดื่มสุรา ทางจังหวัดปัตตานีมีการห้ามอย่างเด็ดขาด รวมถึงร้านเกม ร้านคาราโอเกะ ได้มีคำสั่งให้ปิดทั้งหมด ประการที่ 3 คือ การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน สถาบันการศึกษา ให้ปิดการเรียนการสอนทั้งหมด และที่สำคัญ คือ จังหวัดปัตตานี ห้ามการจัดกิจกรรมเกิน 50 คน จะถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน แต่หากว่ามีการจัดกิจกรรมไม่เกิน 50 คน จะต้องอยู่ภายใต้มาตรการของสาธารณสุข หากพบมีผู้ฝ่าฝืน จะมีความผิดตามกฎหมาย โดยสถานการณ์ล่าสุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีพบผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 7 ราย


จากข้อกังวลในเรื่องของการจำกัดจำนวนคนในการจัดกิจกรรมไม่เกิน คน 50 นั้น อาจส่งผลกระทบต่อการประกอบศาสนกิจ ของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในช่วงของการถือศีลอด และจะต้องมีการร่วมละหมาดตะรอเวี๊ยะ ในช่วงกลางคืนนั้น ทางนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ข้อกำหนดนี้เป็นไปตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพิธีของทางศาสนาไหน เราไม่ได้มองในกิจกรรมของการประกอบศาสนกิจ แต่เรามองจำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะต้องไม่เกิน 50 คน เพื่อเป็นการวางมาตรการร่วมกันในการป้องกันการแพร่ระบาด ส่วนการละหมาดขณะนี้ยังไม่มีการห้ามละหมาด ไม่ว่าจะละหมาดที่ไหนก็ตาม แต่ต้องใช้มาตรการจำนวนคนห้ามเกิน 50 คน เป็นหลัก เป็นตัวกำหนด ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนมีการจัดกิจกรรมเกินกว่า 50 คน จะมีความผิดทางกฎหมาย ทั้งทั้งจำ ทั้งปรับ ซึ่งจะมีบทลงโทษอยู่แล้ว

สิ่งที่อยากจะฝาก คือ สิ่งที่ควบคุมโรคที่ดีที่สุด ก็คือ 1.คนปัตตานีต้องสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน หากพบว่าไม่สวนหน้ากากก็จะมีโทษปรับถึง 20,000 บาท และ 2.คนที่เดินทางมาจาก 18 จังหวัด บวก 1 ที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องรายงานตัวต่อ เพื่อประเมินความเสี่ยง ว่าจะต้องมีการกักตัวหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

ข่าวแนะนำ

สปสช.ขอกลุ่มเสี่ยงรับ ATK แล้วตรวจโควิดทันที

สปสช.เปิดข้อมูลกระจาย ATK มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงรับชุดตรวจแล้วกว่า 6 หมื่นราย รวมจำนวนกว่า 1.2 แสนชุด แต่ตรวจโควิดทันทีเพียง 6% เท่านั้น ขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยเร็วหลังรับชุดตรวจ เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และลดการแพร่ระบาด

ฉีดวัคซีน 3 เข็มยังติดโควิด-เชื้อลงปอด แห่ให้กำลังใจนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุ

นายกฯ ไก่ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังติดโควิด-19 พร้อมลูกและภรรยา ซึ่งตอนนี้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดใจติดจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ทราบสถานที่ติดเชื้อ เนื่องจากลงพื้นที่ปฏิบัติงานทุกวัน

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำอยู่ครบวาระ

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบวาระ เร่งพลิกโฉมประเทศหลังผ่านพ้นโควิด-19

ดีเดย์ 1 ต.ค. คนละครึ่งเฟส3 โอนเงินรอบสองอีก 1,500 บาท

โฆษกรัฐบาลเผย เตรียมเป๋าตังให้พร้อมรับโอนเงินรอบ 2 คนละครึ่งเฟส 3 ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กิน ช้อป ใช้ ขยายจ่ายผ่าน Platform Delivery เริ่มต้นตุลาคม เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 64 ขณะยอดมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ พุ่งกว่า 7.6 หมื่นล้านแล้ว นายกฯ กำชับเยียวยาทั่วถึง