fbpx

แก๊งโจ๋เจ้าถิ่นรุมตื้บ อส.ทหารพราน ยังตามถึง รพ.

บุรีรัมย์ 30 มี.ค. – แก๊งโจ๋เจ้าถิ่นนับสิบรุมทำร้ายอาสาสมัครทหารพรานน่วมคาร้านอาหาร ไม่หนำใจยังตามไปป่วนถึงห้องฉุกเฉิน รพ. ทุบกระจกแตก ตำรวจเร่งล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี


เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่งใน อ.ละหานทราย หลังจากนายไชยมงคล ผมพุ่ย อายุ 23 ปี ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดค่ายแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย ว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน รุมทำร้าย ทั้งเตะ ต่อย กระทืบ และใช้ขวดขว้างปา เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบถามนายไชยมงคล อาสาสมัครทหารพรานที่ถูกรุมทำร้าย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้พาเพื่อนทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวมกับตนเองด้วยเป็น 5 คน ไปนั่งรับประทานอาหารและดื่มกินกันที่ร้านดังกล่าว ช่วงที่เดินเข้าห้องน้ำ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นหัวโจกของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ เดินมากอดคอตนเองแล้วถามว่า “น้องรู้จักพี่มั้ย” ตนก็ตอบกลับไปว่าไม่รู้จัก ซึ่งตนก็ไม่รู้จักจริงๆ ไม่คิดว่าจะทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ แล้วพาพวกกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้กันกว่า 10 คน เข้ามารุมทำร้ายตนเอง จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพากันขับรถออกจากร้านไป จากนั้นเพื่อนที่มาด้วยกันจึงพาส่งโรงพยาบาลละหานทราย


แต่ขณะที่ตนเองทำแผลอยู่ในห้องฉุกเฉิน กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกลับยังตามมาก่อกวน และพยายามจะเข้าไปทำร้ายถึงในห้องฉุกเฉินซ้ำอีก แต่เจ้าหน้าที่ปิดประตูล็อกไว้ก่อน จึงไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ก่อนจะหลบหนีก็ได้ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกห้องฉุกเฉินจนแตกเสียหาย ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเลย แต่เท่าที่ชายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหัวโจกเดินเข้ามาถาม ก็อาจจะแสดงความเป็นเจ้าถิ่น พอเห็นคนต่างถิ่นมาเที่ยวก็พยายามจะหาเรื่อง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากอาสาสมัครทหารพรานจะถูกทำร้ายบาดเจ็บแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งยังทำลายข้าวของ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ขวด แก้ว ในร้านได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 6,000 บาท ซึ่งเจ้าของร้านอยากให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะที่ผู้กำกับการ สภ.ละหานทราย ระบุได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ชวนปชช.สวดมนต์สร้างขวัญกำลังใจ 11 พ.ค.

“อนุชา” เชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์พร้อมกันทั่วประเทศ 11 พ.ค. นี้ สร้างขวัญกำลังใจในยามวิกฤติโรคระบาด เพื่อเป็นสิริมงคลของประเทศ

เฝ้าระวังคลัสเตอร์ 9 พื้นที่ใน กทม.

ศบค. เฝ้าระวังคลัสเตอร์ 9 พื้นที่ใน กทม. ชี้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมสร้างโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมที่ศูนย์ประชุมแจ้งวัฒนะ

ไทยได้สิทธิผลิตยา “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาผู้ป่วยโควิด

ไทยได้สิทธิผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้เอง ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมประสานสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตยาแล้ว

ข่าวแนะนำ

แพทย์เผยแม่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถให้นมบุตรได้

กรมการแพทย์ เผยแม่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่ติดต่อผ่านทางน้ำนมแม่ แต่จะต้องป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด

ชื่นชม รพ.กระบี่ ผ่าคลอดแม่ติดโควิดรายแรก ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก

โซเชียลแห่ชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาล รพ.กระบี่ ผ่าคลอดหญิงป่วยโควิด-19 สำเร็จเป็นรายแรกของ จ.กระบี่ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก ทีมแพทย์-พยาบาล เผยมีการซ้อมความปลอดภัยเป็นอย่างดี รู้สึกภูมิใจมาก

โควิดวันนี้ ป่วยใหม่ 2,419 คน ตายเพิ่ม 19 คน

EOC กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ วันนี้ (8 พ.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 คน ยืนยันสะสม 52,411 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 19 คน ทั้งนี้ เวลา 12.30 น. ศบค. จะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง