เปิดใจผู้รอดชีวิต เหตุรถบัสชนท้ายรถพ่วง ดับ7

ภูมิภาค 26 ก.ย.-เปิดใจผู้โดยสารรอดชีวิต เหตุรถบัสนำเที่ยวชาวบ้านในตำบลน้ำใส ชนท้ายรถพ่วงที่โคราช เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ขณะนี้ยังไม่ชัดว่าหน่วยงานใดพาชาวบ้านไปเที่ยว

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้ามืด หลังพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา รับแจ้งอุบัติเหตุรถบัสชนรถบรรทุกมันสำปะหลัง บริเวณแยกถนนตัดใหม่ไชยมงคล ถนนสาย 304 นครราชสีมา – กบินทร์บุรี พื้นที่ตำบลไชยมงคล โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ยังติดค้างภายในรถ จากนั้นได้ลำเลียงผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่รถบัสนำเที่ยว ทะเบียน 30-0288 กาฬสินธุ์ อยู่ในสภาพพังยับเยิน และพลิกตะแคงที่บริเวณแยก ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 22 ล้อ ทะเบียน 82-3913 ลพบุรี ในสภาพพังเสียหาย มันสำปะหลังกระจายเกลื่อน


สอบสวนเบื้องต้นทราบข้อมูลว่า รถบัสคันดังกล่าวเดินทางมาจากอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อไปทัศนศึกษาที่ชลบุรี แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นแยกไฟแดงและเป็นไฟกะพริบ จู่ๆ รถบัสคันนี้ได้พุ่งชนรถพ่วงที่กำลังจะพ้นแยก

ส่วนข้อมูลจากชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้สอบถามผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับรถบัสนำเที่ยวได้ขับรถมาด้วยความเร็วสูงและมีอาการเหมือนจะหลับใน ซึ่งผู้โดยสารพยายามบอกให้นอนพักผ่อน แต่คนขับไม่ยอมฟัง


สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 7 ราย ประกอบด้วยเพศชาย 5 ราย และ หญิง 2 ราย ทราบชื่อ นายพินิช เกณฑ์สาคู นางเพ็ญจันทร์ อนุไพร นายเอกพล สิงโบราณ (ผู้ช่วยคนขับรถ) นางศรีสุรัตน์ กระจ่างจันทร์ นายพิทักษ์ ช่ำชอง (คนขับรถ) นายวรงกรณ์ บุตรใส และนายธานินทร์ อินทรพาณิชย์

หลังจากนั้นนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ เดินทางเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมสั่งตั้งศูนย์ประสานงานและจัดเตรียมที่พักคอยอำนวยความสะดวกญาติพี่น้องของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

สำหรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด 50 คน กระจายตัวรักษาตามโรงพยาบาลในจังหวัดฯ ส่วนใหญ่อยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลปักธงชัย และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 2 คน ส่วนที่เหลือ 48 คนยังต้องพักรักษาตัว และในจำนวนนี้มีอาการสาหัสรวม 5 คน ขณะที่ คปภ.จังหวัดนครราชสีมา กำลังเร่งตรวจสอบสิทธิต่างๆ ของผู้ประสบเหตุทั้งหมด


ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวไทย ได้สอบถามผู้บาดเจ็บที่เดินทางมารับรถทัวร์คนหนึ่งให้ข้อมูลว่า รถคันนี้ขับมาด้วยความเร็วสูง ส่วนตนเองนั่งอยู่บนชั้น 2 โดยพยายามบอกให้คนขับรถให้ลดความเร็วแต่ไม่ได้ผล จึงตัดสินใจข่มตานอน กระทั่งพบว่ารถเกิดอุบัติเหตุเสียงดังสนั่น และพอตั้งสติได้จึงพยายามตามหาญาติพี่น้องเพื่อมุดออกจากรถ

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ให้ข้อมูลว่า กำลังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานที่เป็นผู้โดยสาร 2-3 คนที่นั่งใกล้กับคนขับรถมากที่สุด เพื่อยืนยันว่าขณะเกิดเหตุใครเป็นคนขับระหว่างนายพิทักษ์ และ นายเอกพล เนื่องจากทั้งคู่อาจสลับกันขับแต่เสียชีวิตทั้งคู่ พร้อมเตรียมตรวจหาสารเสพติด หรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับ เพื่อประกอบสำนวนอีกครั้ง

สำนักข่าวไทยรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่ารถบัสคันประสบเหตุ เดินทางมาจากอำเภอจตุรพักตรพิมาน โดยโครงการนำเที่ยวนี้ได้พาชาวบ้าน 4 หมู่บ้านในตำบลน้ำใสไปชลบุรีและพัทยา มากันทั้งหมด 4 คันรถออกเดินทางเมื่อคืน โดย 3 คันแรกออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน และใช้เส้นทางผ่านนครราชสีมา เข้าสู่ถนนมิตรภาพ ก่อนนัดพบกันที่เขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนรถบัสคันประสบเหตุเดินทางทีหลัง เพราะต้องตีรถมาจากกาฬสินธุ์ จากนั้นรถคันประสบเหตุใช้ความเร็วสูงเพื่อพยายามตามอีก 3 คันให้ทัน อีกทั้งไม่ได้ใช้เส้นทางเดียวกัน แต่เลี่ยงมาใช้เส้นทางสาย 304 กระทั่งประสบเหตุบริเวณทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหลังจากเกิดเหตุการณ์พบว่ายังสับสน เพราะมีกระแสข่าวว่าเป็นรถบัสนำเที่ยวของคณะ อสม. ในโครงการ “เที่ยวปันสุข” และ “กำลังใจ” เนื่องจากพบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็น อสม. 3 คนจากทั้งหมด 6 คนที่เดินทางไปพร้อมคณะ (อีก 3 คนที่ไม่บาดเจ็บเพราะอยู่คนละคัน) แต่ปรากฏว่ามีคำยืนยันจากประธาน อสม.จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างลงพื้นที่ให้กำลังใจญาติของผู้เคราะห์ร้ายว่า การทัศนศึกษาครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการของ อสม. แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นโครงการนำเที่ยวของหน่วยงานใด

ส่วนญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายทั้งพื้นที่บ้านขุมดิน และบ้านน้ำใส ตำบลน้ำใส ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมสถานที่เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา ซึ่งทั้งหมดยังทำใจกับเหตุการณ์ไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ไม่ทราบข้อมูลว่าหน่วยงานใดเป็นคนพาไป แต่มีองค์กรท้องถิ่นในพื้นที่เป็นผู้ประสานมา แต่หากใครไม่มี ID Line จะไม่สามารถเข้าร่วมได้ เพราะต้องมีการสแกนข้อมูลบางอย่าง และแต่ละคนจะได้เงิน 3,000 บาท หักค่าเดินทาง 2,000 บาท ที่เหลืออีก 1,000 บาทจะเป็นเงินที่ให้ใช้จ่ายขณะเที่ยว

ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สื่อข่าว สำนักข่าวไทย รายงานว่า ตามกำหนดการคือ รถบัส 4 คันได้ออกเดินทางเมื่อคืน เดินทางไปท่องเที่ยวชลบุรีและพัทยา จากนั้นจะส่งถึงบ้านในวันพรุ่งนี้เช้า (27 ก.ย.) สรุป คือ ไปเที่ยว 2 วัน 1 คืน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหน่วยงานใดพาไป และมีความโปร่งใสหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]