เชียงใหม่ 30 มี.ค.- ภาคเหนือไฟป่าปะทุหนัก จนค่าฝุ่น PM 2.5 เช้านี้หนักหน่วง ชาวเชียงใหม่มองเห็นฝุ่นชัดเจนด้วยตาเปล่า เจ้าหน้าที่เร่งนำ ฮ. ขึ้นบินดับไฟ
ควันไฟคลุ้งทั่วป่า มองแทบไม่เห็นพื้น เจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำเข้าดับไฟป่า ลำแรกเป็นเฮลิคอปเตอร์ MI 17 กองทัพบก เจ้าหน้าที่ใช่วิธีหย่อนอุปกรณ์ลงตักน้ำจากอ่างเก็บน้ำวังลุงใหม่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เข้าโปรยดับไฟพื้นที่ป่าตีนตก ต.นาคอเรือ อ.ฮอด เขตอุทยานแห่งชาติออบหลวง ซึ่งบิน 3 รอบ ใช้น้ำไปทั้งหมด 10,500 ลิตร ส่วนลำที่ 2 เป็นเฮลิคอปเตอร์ KA32 กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เข้าดับไฟพื้นที่ป่าบ้านห้วยป่าเลา ป่าดอยแบจอ และลำห้วยช้างร้อง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เขตเชื่อมต่อ อ.สามเงา จ.ตาก โดยบิน 2 เที่ยวบิน ใช้น้ำจำนวน 6,000 ลิตร โดยปฏิบัติการดังกล่าวสามารถควบคุมไฟไว้ได้ทั้ง 2 พื้นที่ ทั้งนี้ใน จ.เชียงใหม่ เกิดไฟป่ามากถึง 127 จุด กระจายใน 13 อำเภอ และมากที่สุดคือ อ.ฮอด 29 จุด
ขณะที่ในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เช้ายังมีหมอกควันปกคุมหนาแน่น ทัศนวิสัยการมองเห็นยังขุ่นมัว และเห็นฝุ่นควันได้ชัดเจน ประชาชนมีอาการแสบตา แสบจมูก ซึ่งศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานคุณภาพอากาศ บริเวณบ้านแม่ปั๋ง อ.พร้าว ค่าPM2.5 อยู่ที่ 491 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, รพสต.. บ้านปางมะเยา v.เชียงดาว อยู่ที่ 485 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ย่านไนท์บาร์ซ่า อยู่ที่ 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเว็บไซต์ไอคิวแอร์ จัดอันดับ จ.เชียงใหม่ เช้าวันนี้คุณภาพอากาศแย่อันดับ 2 ของโลก .-สำนักข่าวไทย