ตร.นนทบุรี เร่งรัดคดีแก๊งรับน้องโหด-มหาวิทยาลัยไล่ออก 4 นศ.ก่อเหตุ

นนทบุรี 19 ส.ค. – ตำรวจนนทบุรีประชุมเร่งรัดคดีสองพ่อลูกถูกแก๊งรับน้องโหดรุมทำร้าย ขณะที่มหาวิทยาลัยมีคำสั่งไล่ออก 4 นักศึกษาก่อเหตุแล้ว


ความคืบหน้ากรณีนายโต้ง และ น.ส.ก้อย พ่อและแม่ “น้องไตเติ้ล” อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังย่าน จ.นนทบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ที่รับน้องโหด รุมทำร้ายลูกชายพร้อมพ่อ หลังจากลูกชายไปขอลาออกจากการเข้าระบบการรับน้อง

วันนี้ พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมตำรวจทำคดี ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเร่งรัดคดี นอกจากการทำร้ายนักศึกษาและผู้ปกครองรายนี้บาดเจ็บ ในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี ยังรวมถึงที่มีการพานักศึกษาในมหาวิทยาลัยออกไปรับน้องนอกสถานที่อีก 2 แห่ง คือ 1.ซอยเปลี่ยวข้างป้ายรถเมล์หมู่บ้านธนาสิริ รัตนาธิเบศร์ ริมถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 2.ที่พักแห่งหนึ่งที่บ้านเอื้ออาทรราชพฤกษ์ หมู่ 4 ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บางบัวทอง และ สภ.บางศรีเมือง พร้อมเตรียมเชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาในวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.)


ในส่วนคดีตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกและหมายจับ เนื่องจากผู้ก่อเหตุขอติดต่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนคดีความตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นเรื่องนี้พบผู้กระทำความผิดชัดเจน ซึ่งเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งหมด 4 คนที่ก่อเหตุ

ส่วนประเด็นที่จะมีการรับน้ององค์กรเถื่อนลักษณะนี้ในอนาคต ทางตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีได้พูดคุยกับมหาวิทยาลัยดังกล่าวแล้ว หรือโรงเรียนใน จ.นนทบุรี มีการประสานอาจารย์ทุกโรงเรียน เน้นย้ำเรื่องการรับน้อง ต้องไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้

ไล่ออก 4 นักศึกษาที่ก่อเหตุทำร้ายรุ่นน้องแล้ว
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. เป็นผู้แทนมารับเรื่องร้องเรียนความเป็นธรรมจากนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง วิทยาเขตนนทบุรี ถูกรุ่นพี่ทำร้าย ซึ่งได้เดินทางมาขอความเป็นธรรมพร้อมกับครอบครัว โดย กัน จอมพลัง ได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับนักศึกษารุ่นพี่พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบองค์กรเถื่อนที่ซ่อนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ทำการฝึกนักศึกษาให้กระทำการรุนแรง พร้อมกับมีคำสอนผิดๆ เช่น ให้ฆ่าคน ให้ต่อยอาจารย์ ให้ดูดกัญชา เป็นต้น ผ่านกิจกรรมรับน้องที่อยู่ในมหาวิทยาลัย รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหา


นักศึกษาที่ถูกรุ่นพี่ทำร้ายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนถูกรุ่นพี่ทำร้าย 2 ช่วง คือวันที่ 13 ส.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ที่โรงอาหาร มีรุ่นพี่ 2-3 คน เข้ามากล่าวหาว่าตนขายสถาบัน พร้อมกับดึงคิ้วและลากไปทำร้ายด้วยการต่อย ศอก เข่า และถูกทำร้ายครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ส.ค. ในมหาวิทยาลัย พร้อมกับพ่อ

จากนั้น น.ส.สุชาดา กล่าวถึงการแก้ปัญหามี 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ให้ผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายนักศึกษารุ่นน้องในวันที่ 15 ส.ค. ต้องมีบทลงโทษและให้ดำเนินคดีอาญา 2.ได้ข้อมูลใหม่จากนักศึกษาที่ถูกรุ่นพี่ทำร้ายว่าในวันที่ 13 ส.ค. ก็ถูกรุ่นพี่ทำร้าย ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นพี่คนละกลุ่มกับที่รุมทำร้ายในวันที่ 15 ส.ค. กระทรวง อว. ขอให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พยานหลักฐาน และรายงานผลการสอบสวนมาถึงกระทรวง อว. ภายใน 2 วัน คือไม่เกินวันที่ 21 ส.ค.นี้ ถ้าพบมีการไปทำร้ายจริง ให้ไล่ออกและดำเนินคดี

3.การรับน้องที่เป็นเหตุนำสู่การทำร้ายนักศึกษารุ่นน้องในวันที่ 13 และ 15 ส.ค. มีนักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 40-50 คน ให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบว่ามีรุ่นพี่กี่คน และมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ ถ้าตรวจสอบการรับน้องแล้วพบว่าไม่ทำตามกฎของมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่ทำผิดจะต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย และ 4.ให้มหาวิทยาลัยไปตรวจสอบองค์กรเถื่อนที่นำนักศึกษาไปฝึกและมีคำสอนผิดๆ ร่วมกับ กัน จอมพลังและนักศึกษาที่ถูกรุ่นพี่ทำร้าย ให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค.นี้

การตรวจสอบภาพจากกล้องวจรปิดภายในพบนักศึกษาผู้ก่อเหตุและผู้อยู่ในเหตุการณ์จำนวน 8 ราย โดยใน 8 ราย มี 4 รายที่ลงมือทำร้ายนักศึกษาและต่อยผู้ปกครองจริง เป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล 2 ราย นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องมือและแม่พิมพ์ 1 ราย และนักศึกษาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม 1 ราย โดยทั้ง 4 ราย ให้ไล่ออกจากมหาวิทยาลัยทันทีตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมดำเนินคดี ส่วนอีก 4 ราย เป็นนักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า 2 ราย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน