เลี้ยงชันโรงขาย รายได้ดีกว่าเลี้ยงผึ้ง 10 เท่า

ปราจีนบุรี 29 ธ.ค. – เลี้ยงชันโรงขาย มีรายได้ทั้งปี ราคาสูงกว่าเลี้ยงผึ้งถึง 10 เท่า ตลาดต้องการ มีเท่าไรก็ไม่พอขาย


ชันโรง หรือแมงขี้สูด (เป็นแมลงจำพวกผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน) มักพบตามเสาบ้านที่แตก หรือซอกบ้านเป็นแมลงตัวเล็กๆ ที่เกาะกลุ่มมีความสงบไม่ดุร้าย กำลังจะเป็นสัตว์เศษฐกิจที่น่าสนใจ นอกจากน้ำหวานที่ได้จะมีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งถึง 10 เท่า เพราะมีคุณประโยชน์มากมาย ชันโรงทั้งรังยังสร้างรายได้ เอาไปให้เช่าวันละ 40 บาท

ที่หลังบ้านนายสมหมาย โอสถานนท์ ผู้ใหญ่บ้าน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีสภาพคล้ายป่าชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้และเลี้ยงชันโรง กว่า 80 รัง กำลังให้น้ำหวานทุกรัง หลังเลี้ยงมากว่า 1 ปี ด้วยอุปกรณ์การเลี้ยงแบบง่ายๆ คัดสายพันธุ์ที่เหมาะสม ส่วนที่ผู้ใหญ่เลี้ยงอยู่ตอนนี้ เป็นสายพันธุ์ขนยาว ซึ่งเหมาะแก่ภูมิประเทศร้อน นอกจากจะเป็นสายพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศแล้วยังให้น้ำหวานมากว่าสายพันธุ์ทางภาคใต้


ผู้ใหญ่สมหมายพาไปดูรังชันโรงที่วางเรียงรายไว้ตามใต้หรือพุ่มไม้ บางส่วนสร้างเป็นคอนโดเพื่อประหยัดที่ พบว่าแต่ละรังมีชันโรงตัวน้อยๆ บินเข้าออกหลังหาอาหารมาป้อนนางพญา ผู้ใหญ่สมหมายบอกว่า หนึ่งรังหลังมีอายุได้ 1 ปี ผลิตน้ำหวานได้ 2 รังต่อปริมาณน้ำหวาน 3 ขวด หนึ่งขวดขายได้ในราคา 1,500 บาท ซึ่งมากกว่าน้ำผึ้งถึง 10 เท่า ในหนึ่งปีมีรายได้ 180,000 บาท ที่สำคัญตลาดยังไปด้วยดี มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย

ส่วนวิธีการเก็บหรือดูว่ารังไหนพร้อมเก็บน้ำหวาน ให้ดูที่รูเข้า – ออก ข้างรัง ถ้ามีขี้สูตร หรือชันสูตรเป็นท่อยาวออกมา แสดงว่ารังนั้นพร้อมให้เก็บน้ำหวานได้แล้ว ส่วนวิธีการเก็บน้ำหวานก็มีคล้ายกับผึ้ง คือตัดออกมาแล้วคั้นด้วยผ้าขาวบาง บรรจุลงขวด ขายหรือเก็บไว้กินเอง ส่วนรสชาติของน้ำหวานชันโรงจะอมเปรี้ยวนิดๆ เพราะชันโรงจะดูดน้ำหวานจากเกสรพืชทุกชนิดที่กินได้ จึงทำให้ชันโรงไม่สามารถเลือกเกสรได้เหมือนผึ้งซึ่งบินหาอาหารได้ไกลกว่า บางครั้งน้ำหวานที่ชันโรงได้ มาจากดอกไม้ว่านสมุนไพร จึงทำให้น้ำหวานชันโรงมีคุณค่าทางยา และสามารถต่อยอดไปทำครีม หรือเครื่องสำอางได้ จึงทำให้ราคาน้ำหวานชันโรงแพงกว่าน้ำผึ้งถึง 10 เท่า ส่วนตัวชันโรงที่เก็บน้ำหวานไปแล้วก็จะเข้ามาทำรังหมุนเวียนไปตามอายุไข

ผู้ใหญ่สมหมายยังบอกด้วยว่า นอกจากจะเลี้ยงไว้เพื่อเอาน้ำหวานไปขายแล้ว ในระหว่างที่รอชันโรงมีน้ำหวานยังสามารถนำชันโรงทั้งรังไปให้ชาวสวนหรือเกษตรกรที่ปลูกผลไม้ ทั้งทุเรียนและลิ้นจี่เช่าไปทำหน้าที่ผสมเกสร ราคารังละ 40 บาทต่อวัน เป็นการสร้างรายได้ในช่วงรอชันโรงมีน้ำหวาน ซึ่งสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ลงทุนครั้งเดียวมีรายได้ตลอด ไม่ต้องดูแลไม่ต้องให้อาหาร ขอเพียงแต่ระวังมดที่เป็นศัตรูตัวสำคัญสำหรับชันโรง . – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า