คุมตัวทำแผนชายวัย 58 หึงอดีตภรรยา ยิงเพื่อนบ้านดับ

นครพนม 11 มิ.ย. – ตำรวจคุมตัวทำแผน ชายวัย 58 ปี ยิงเพื่อนบ้านที่เป็นพ่อหม้ายเสียชีวิต คาดปมหึงหวงอดีตภรรยา ที่เจ้าตัวตามง้อมาหลายปี แต่ไม่สำเร็จ


ตำรวจ สภ.นาทม เข้าคุมตัว นายลำแพน อายุ 58 ปี ชาวโนสะอาด ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม หลังครอบครัว อดีตภรรยา และลูกสาว แจ้งว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีใช้อาวุธปืนยิง นายวิธี อายุ 51 ปี เพื่อนบ้าน เสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพัก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้หลบหนีไป กระทั่งตำรวจลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนจนรู้ตัวผู้ต้องสงสัย จึงเข้ากดดันกระทั่งผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนแก๊ปยาวแบบไทยประดิษฐ์ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งถูกนำไปทิ้งในป่าหลังบ้านมาดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อ สาเหตุมาจากปมหึงหวงอดีตภรรยา เนื่องจากผู้ตายเป็นพ่อหม้าย และเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ทำให้ผู้ก่อเหตุระแวงคิดว่าผู้ตายจะมาคบหากับอดีตภรรยา ซึ่งเจ้าตัวพยายามขอคืนดีมาตลอด แต่อดีตภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย กระทั่งเคยมีเรื่องบาดหมางกัน ถึงขนาดขู่ฆ่าผู้ตาย และมีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานเจรจาไกล่เกลี่ย ยอมความกันมาแล้ว เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ก่อนจะมาเกิดเหตุในครั้งนี้


ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจได้คุมตัวนายลำแพน ผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ ที่บริเวณศาลาหน้าบ้านพักผู้ตาย เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาสารภาพว่า มีปัญหาไม่พอใจส่วนตัวกันมาก่อน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงศีรษะผู้ตาย ขณะนอนหลับพักผ่อนที่ศาลาหน้าบ้าน แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดสาเหตุความขัดแย้ง เพราะมันผ่านมาแล้ว หลังหลบหนีไปกบดานที่สวนยางท้ายหมู่บ้าน 3 วัน เกิดสำนึกผิด อีกทั้งเป็นห่วงลูกสาว และอดีตภรรยา จึงยอมเข้ามอบตัว และขอโทษครอบครัวผู้ตาย ขอชดใช้กรรมในการกระทำที่เกิดขึ้น

ด้านอดีตภรรยา กับลูกสาวผู้ต้องหา บอกว่าเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าผู้ต้องหาจะก่อเหตุลักษณะนี้ แต่ยังดีใจที่คิดได้ สำนึกผิดและกล้าออกมามอบตัว ดีกว่าหลบหนี ส่วนปัญหา เชื่อมั่นว่ามาจากปมหึงหวง เพราะชอบระแวงอดีตภรรยา ถึงแม้จะเลิกกันไปแล้ว 4-5 ปี แต่ก็พยายามมาขอคืนดีตลอด แต่ไม่สำเร็จ จึงระแวงผู้ตายที่เป็นเพื่อนบ้านที่มีบ้านอยู่ติดกัน คงกลัวว่าจะคบหากัน เพราะผู้ตายเป็นพ่อหม้าย ทั้งที่ในความเป็นจริงตนไม่เคยสนิทสนม พูดคุยกันเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาคิดไปเอง จึงตัดสินใจก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบ อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยมีประวัติเสพยาเสพติด อาจเป็นสาเหตุให้ประสาทหลอน ลงมือก่อเหตุแบบไม่คิด ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียด้วย จากนี้จะนำขันธ์ห้า และดอกไม้ไปขอขมาให้อโหสิกรรมให้ และจะดูแลช่วยเหลือแม่ผู้ตายเท่าที่ทำได้ เนื่องจากเขาอายุมากแล้ว และยังต้องมาเสียลูกชาย ส่วนผู้ต้องหาก็ให้ไปชดใช้กรรมรับผิดตามกฎหมาย

ขณะที่ นางทองดี ทานิง อายุ 78 ปี แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า เสียใจมากที่ต้องมาสูญเสียลูกชาย แต่จะยอมอโหสิกรรมให้ เพราะถือว่าทั้ง 2 คน มีกรรมต่อกัน จึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ส่วนคนกระทำผิดให้ไปชดใช้กรรมในคุก ทั้งนี้ก่อนลูกชายเสียชีวิต มีหมอดูทักมาตลอดว่าจะอายุสั้น เพราะเป็นคนลายมือตัด ซึ่งก็ไม่ได้แก้เคล็ด เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริง จากนี้หลังชันสูตรศพเรียบร้อย จะรับร่างลูกชายไปฝังตามความเชื่อ ไม่ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพแบบคนทั่วไป เนื่องจากตายผิดธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตายโหง ไม่ได้เจ็บป่วยตาย จึงต้องฝังตามความเชื่อ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น