หมอกควันแม่สายสุดวิกฤติ PM 2.5 ทะลุ 500 มคก./ลบ.ม.

27 มี.ค. – หมอกควันฝุ่นพิษเชียงราย ยังพุ่งไม่หยุด ค่า PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง อำเภอแม่สาย ทะลุ 500 มคก./ลบ.ม. ส่วนที่ลำปาง ชาวบ้านโอดเผาป่าหนัก กลิ่นควันไฟคลุ้งทั่วเมือง


สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดเชียงราย ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคุณภาพอากาศค่า PM 2.5 และ PM 10 ยังคงพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดไฟไหม้ป่าในหลายพื้นที่ และจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้งในตัวเมืองเชียงราย และอำเภอแม่สาย คุณภาพอากาศสูงเกินค่ามาตรฐานที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

โดยเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) หมอกควันที่ลอยปกคลุมในแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายหนาทึบ ส่งผลต่อการเดินเรือนำนักท่องเที่ยวล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งโขง ขณะที่ทางกรุ๊ปทัวร์ได้แจ้งยกเลิกการเดินทางหลายราย ทั้งนี้ปริมาณหมอกควันที่อำเภอเชียงแสนในช่วง 2-3 วันนี้ ที่มีปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการจุดไฟเผาป่าในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทำให้เกิดหมอกควัน ลอยหนาทึบ บางจุดพบว่ายังมีไฟป่าเกิดขึ้น เพราะอำเภอเชียงแสน อยู่ติดชายแดน 2 ประเทศ โดยมีเพียงแม่น้ำโขงกั้นเท่านั้น ทำให้ควันไฟลอยเข้ามาปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด


ขณะที่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งระดมเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงออกฉีดพ่นละอองน้ำ ตั้งแต่หน้าด่านพรมแดนแม่สายไปจนถึงหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่อบรรเทากลุ่มหมอกควันพร้อมรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันฉีดพ่นละอองน้ำในทุกครัวเรือนและชุมชน

ทั้งนี้ เว็บไซต์ Air4Thai รายงาน สถานการณ์ฝุ่นช่วงเวลา 03.00 น. (27 มี.ค.) ที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วัดค่า PM 2.5 วัดได้ 536 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่า PM 10 วัดได้ 633 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. วัดค่า PM 2.5 วัดได้ 538 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่า PM 10 วัดได้ 634 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 648 AQI ซึ่งค่า PM 2.5 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยในขณะนี้

ขณะที่ เพจ Facebook “ฮักแม่สาย” ได้โพสต์เชิญชวนประชาชน รวมพลังเรียกร้องในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่ โดยจะรวมตัวกันในวันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ลานหน้าอำเภอแม่สาย พร้อมกับติดแฮชแท็กว่า #รวมพลังคนแม่สายเรียกร้อง ให้ทางการช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน แม่สายบ้านเรา


ส่วนที่ลำปาง เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) สถานการณ์ไฟไหม้ป่าและหมอกควันไฟป่า จังหวัดลำปาง กลับมาวิกฤติอีกครั้ง หลังจากเริ่มมีการเผาป่าในหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ ของกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน และจิตอาสา ต้องเดินทางเข้าดับไฟป่าตามจุดต่างๆ ที่ได้รับแจ้งว่าเกิดจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตอำเภอเมือง อำเภอห้างฉัตร อำเภอแจ้ห่ม พบป่าได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟป่านั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

ส่งผลให้บริเวณถนนหลวงสายลำปาง-เชียงใหม่ มีหมอกควันไฟปกคลุมหนาแน่นไปทั่วบริเวณ และบางจุด เช่น ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอห้างฉัตรจังหวัดลำปาง ตำบลเวียงตาล พบว่ามีหมอกควันปกคลุมหนาจนเป็นสีขาวเต็มถนน เมื่อเปิดกระจกรถจะเหม็นกลิ่นควันไฟคละคลุ้งไปหมด

ส่วนที่จังหวัดน่าน ปัญหาหมอกควันทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นด้วยตาเปล่าลดลง จนสามารถมองเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าระยะ 1 กิโลเมตรขณะที่ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมืองน่าน โดยเว็บไซต์ iqair.com ระบุเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ว่า พื้นที่จังหวัดน่าน มีค่ามลพิษสูงถึง 348 และค่า PM 2.5 อยู่ที่ 261 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทั้งนี้สาเหตุหลัก มาจากไฟป่า การลักลอบเผาป่า เพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร และหาของป่า โดยเฉพาะพื้นที่ตามอำเภอรอบนอก พบมีไฟไหม้ป่ากระจายเป็นจุดๆ ในหลายอำเภอ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าลาดเชิงเขาและตามสันเขา ที่มีราษฎรเข้าถือครองทำกิน สถานการณ์การเผาที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดควันไฟจำนวนมากลอยปกคลุมเหนือพื้นที่ป่า รวมทั้งในเขตตัวเมืองน่านมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้มลพิษจากควันไฟปกคลุมสะสมหนาแน่น

ข้อมูลจุดความร้อนสะสม ซึ่งมีมาตรการประกาศห้ามเผา ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. – 25 มี.ค. 66 พื้นที่จังหวัดน่านมีจุดความร้อนสะสม 3,160 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 2,375 จุด สูงสุดในอำเภอเวียงสา จุดความร้อนสะสม จำนวน 1,179 จุด รองลงมา ที่อำเภอนาน้อย จุดความร้อนสะสม จำนวน 833 จุด และอำเภอแม่จริม จุดความร้อนสะสม จำนวน 587 จุด .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยจุดยืนของพรรคประชาชน เห็นว่า รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนในฐานะพรรคที่มีเสียงในสภามากที่สุด ขอผ่าทางตันทางการเมือง คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อป้องกันนายกฯ ที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือนายกฯ คนนอก ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง2. ครม.ชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าวันเลือกตั้ง3. พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป จะไม่มีบุคคลจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ หากต้องการเสียงสนับสนุน พรรคประชาชนพร้อมที่จะยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย