โซเชียลเดือด! วัยรุ่น 18 ทำร้ายเด็ก 14 ดับ โพสต์โชว์กร่าง พ่อรวยช่วยตลอด มั่นใจไม่ผิด

9 พ.ย. – คดีวัยรุ่นอายุ 18 ฆ่าเพื่อนรุ่นน้องวัย 14 ปี กำลังร้อนระอุ หลังผู้ก่อเหตุนำเรื่องราวดังกล่าวไปโพสต์โชว์กร่างในโซเชียลอย่างไร้สำนึก ล่าสุดถูกแจ้งข้อหาเจตนาฆ่าเพิ่มเติม


จากคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของวัยรุ่น 18 ที่พูดถึงเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายเด็กชายวัย 14 ปี จนเสียชีวิต ซึ่งโลกโซเชียลกำลังให้ความสนใจจำนวนมาก ในคลิปวัยุร่น 18 ปี บอกว่า มั่นใจตัวเองไม่ผิด จึงไม่หนี บ้านผมรวย พ่อผมช่วยผมตลอด ถ้าอยากมีเรื่องกันก็ไปฟ้องศาลเอา แล้วให้ญาติผู้ตายไปหาหลักฐานมาว่าตัวเองผิดยังไง จะผิดก็แค่ทำร้ายร่างกาย โดนแค่ไม่กี่ปี

และยังอ้างว่า ตัวเองฉลาด รู้กฎหมาย งานศพก็ช่วยเท่าที่ไหว ช่วยมากสุด 2,000 แต่ไม่สน ทำไมจะต้องเสียเงิน ผมขายยา ขายปืน ตำรวจเอาเรื่องผมไม่ได้ หลักฐานไม่มี ตำรวจก็จับไม่ได้ ผมเป็นเด็กฉลาด ผมดูแลตัวเองได้ อายุ 18 โตแล้ว ไม่ต้องมาสอน


ทีมข่าวสำนักข่าวไทย ได้ติดต่อสอบถามทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ซึ่งได้ให้ความเห็นว่า กรณี ของคดีวัยรุ่น 18 ปี ฆ่าเด็ก 14 ปี หากมีการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยแล้ว และปรากฏมีคลิปเสียง และจำเลยวัยรุ่น 18 รายนี้ ไปพูดตามคลิปเสียงนี้ และโพสต์ในลักษณะว่า จะรอดคดี พ่อแม่ช่วย ตำรวจจับไม่ได้ มีทนายเขียนสำนวนดี รวมทั้งการโพสต์ในลักษณะท้าทายญาติฝ่ายผู้เสียชีวิตว่า ให้เวลา 3 วัน ถ้าสิ่งที่พูดทั้งหมดนี้ทำจริง แล้วมีการปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว ประเด็นนี้ ขอให้พนักงานสอบสวนในคดี ไปร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะมีลักษณะทั้งการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และการยุ่งเกี่ยวกับหลักฐาน พยาน ข่มขู่พยาน หรือไม่

สำหรับประเด็นสำคัญ ในคดีเด็ก 18 ฆ่าเด็ก 14 มีอยู่ 7 ประเด็นสำคัญคือ วัยรุ่นอายุ 18 ปี ฆ่า เด็กอายุ 14 ปี วัยรุ่น 18 ปี บอกเด็กถือมีดออกมาก่อน พยานเห็นบอกเด็ก 14 ไม่ได้ถือมีด วัยรุ่น 18 ประกันตัวออกมา 20,000 เด็ก 18 ข่มขู่พี่เด็ก 14 วัยรุ่น 18 ไม่มีความสำนึกใด บอกตัวเองรวย ขายยา พ่อแม่สนับสนุน จะรอดคดี และวัยรุ่น 18 มั่นใจว่าไม่ผิด และจะช่วยงานศพ แค่ 2,000

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย. คลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ขณะที่วัยรุ่นชายอายุ 18 ปี (เสื้อสีดำ) ตะโกนโวยวาย ก่อนเข้าไปทำร้ายเด็กชายอายุ 14 ปี ซึ่งอยู่หลังกล้องวงจรปิด ขณะคนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปห้ามปราม และนำตัวเด็ก 14 ส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเด็กชาย 14 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลระยอง เมื่อวันที่ 6 พ.ย.65 ด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง


ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ย.65 โลกออนไลน์ มีการติดแฮชแท็ก #เด็ก18ฆ่าเด็ก14 โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากวัยรุ่นอายุ 18 ปี ถูกจับ เขาอ้างว่าฝ่ายผู้เสียชีวิตได้ถือมีดจะฟันตนเองก่อน จึงต้องป้องกันตัว จนถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย ต่อมามีคนไปประกันตัวที่โรงพักในวงเงิน 20,000 บาท และเมื่อได้ประกันออกมาแล้ว ก็มีการโพสต์สตอรี่ว่าตัวเองไม่ผิด และจะไปเที่ยวงานลอยกระทง ทำให้เกิดดราม่าต่างๆ ตามมามากมาย

ขณะที่เมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปงานสวดอภิธรรมศพ เด็กชายวัย 14 ปี พบกับญาติของเด็กชายที่อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ พร้อมเล่าว่า ผู้ตายเป็นเพื่อนกับวัยรุ่น 18 ปี เคยมากินนอนเล่นด้วยกันอยู่ที่บ้านประจำ และไม่เคยคาดคิดว่าเด็ก 18 จะทำร้ายกันจนถึงขั้นเสียชีวิต ในวันเกิดเหตุคือวันที่ 3 พ.ย. 65 เวลาประมาณเที่ยงเศษ วัยรุ่นอายุ 18 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้าน ก่อนเรียกเด็กชายอายุ 14 ปี ให้ออกไปพูดคุยกันบริเวณหน้าบ้าน

หลังจากออกมามีปากเสียงทะเลาะเสียงดัง จากนั้นวัยรุ่นอายุ 18 ปี กระโดดถีบเข้าหน้าอกเด็กชายอายุ 14 ปี ล้มลง แล้วใช้สายไฟฟาดตีซ้ำเข้าบริเวณศีรษะและตามร่างกาย จนเพื่อนบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์เข้าไปห้ามปรามและแยกตัวออกจากกัน

จากนั้นเด็กชาย 14 ปี ได้เดินเข้าบ้าน ล้มฟุบลงกับพื้น ชักกระตุก วัยรุ่น 18 ปีจึงพาไปส่งศูนย์สาธารณสุขในหมู่บ้าน และต้องส่งต่อโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติมาบตาพุด แต่อาการสาหัส เนื่องจากเลือดคั่งในสมอง แพทย์จึงส่งต่อไปโรงพยาบาลระยอง พอไปถึงโรงพยาบาล แพทย์บอกว่า หลานชายสมองตายแล้ว และขอให้ญาติทำใจ จนวันที่ 6 พ.ย. 65 จึงเสียชีวิตในที่สุด

ส่วนสาเหตุทำร้าย คาดว่าน่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดของแก๊งวัยรุ่น เพราะในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง มาบตาพุด มีแก๊งวัยรุ่น 2 กลุ่ม เป็นอริกัน คือ แก๊งกลุ่มเด็กห้วยโป่ง และแก๊งกลุ่มเด็กบ้านแขก หลานชาย อายุ 14 ปี มีเพื่อนอยู่ทั้ง 2 กลุ่ม และไปมาหาสู่กันประจำ

ขณะที่ผู้ก่อเหตุอายุ 18 ปี อยู่แก๊งกลุ่มเด็กห้วยโป่ง เกิดความไม่พอใจที่หลานชายอายุ 14 ปี ไปคบหากับแก๊งกลุ่มเด็กบ้านแขก ที่ผ่านมาเคยขู่จะทำร้าย หากยังคบกับแก๊งกลุ่มเด็กบ้านแขก พร้อมยื่นคำขาด อย่าเข้ามาในเขตห้วยโป่งเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อจะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดทางญาติทราบเรื่องมาตลอด แต่ไม่คาดคิดว่าจะกล้าทำร้ายกันรุนแรงเช่นนี้

ทางครอบครัวจึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้ก่อเหตุนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์เหมือนเป็นการเยาะเย้ยและข่มขู่ทางครอบครัว ทั้งที่ตำรวจบอกว่าได้จับกุมตัวส่งศาลและเรือนจำแล้ว แต่เฟซบุ๊กของผู้ก่อเหตุก็ยังเคลื่อนไหว และโพสต์ข้อความในเชิงข่มขู่ครอบครัวของตน

หลังวัยรุ่น 18 ได้รับการประกันตัวออกไปในข้อหาทำร้ายร่างกายทำให้บาดเจ็บสาหัส เนื่องจากศาลเห็นว่าเป็นเด็ก แต่เมื่อผู้ก่อเหตุได้ประกันออกมาแล้ว ทางตำรวจเห็นพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุว่าไม่มีสามัญสำนึก และในวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเสียชีวิต พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อเจตนาฆ่าเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านผู้ก่อเหตุ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง พบกับแม่เลี้ยง พร้อมบอกว่า ไม่ขอพูดหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลูกเลี้ยงคนนี้ไม่มีงานทำ เรียนไม่จบ มาอาศัยอยู่กับพ่อที่บ้านหลังนี้ แต่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนพ่อไปทำงาน หลังก่อเหตุและได้รับการประกันตัวออกมา ผู้ก่อเหตุมาบ้านเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน และอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านทันที จนขณะนี้ยังไม่พบเห็นหน้า

อย่างไรก็ตาม ในส่วนคดี พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยโป่ง เจ้าของคดี ได้เรียกเพื่อนของผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในคลิป ใส่เสื้อยืดสีขาว นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับผู้ก่อเหตุ โดยยอมรับว่าวันเกิดเหตุไปกับผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายผู้เสียชีวิต หลังจากสอบปากคำแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนปล่อยตัวไป

ส่วนกรณีการประกันตัวของผู้ก่อเหตุนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามกับนายประกันที่ศาลจังหวัดระยอง รายหนึ่ง ระบุว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกไปจริงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่คู่กรณีเด็ก 14 จะเสียชีวิต 1 วัน โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 20,000 ยื่นประกันตัว ศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวออกไป ส่วนเหตุผล ศาลคงมีดุลยพินิจอยู่แล้วว่าข้อหาที่ผู้ก่อเหตุถูกแจ้งกล่าวหานั้น น่าจะเป็นข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น ประกอบกับคาดว่าประวัติของผู้ก่อเหตุ ไม่เคยมีคดีติดตัว ศาลจึงอนุญาตให้ประกันตัว แต่ต้องติดกำไลอีเอ็ม แต่เนื่องจากในวันนั้นเป็นวันหยุด เจ้าหน้าที่ติดกำไลอีเอ็มไม่มี ศาลจึงนัดให้นายประกันซึ่งเป็นพ่อของเพื่อนผู้ก่อเหตุ นำตัวมาติดกำไลอีเอ็ม วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ หรือในวันพรุ่งนี้ ที่ศาลจังหวัดระยอง เวลาประมาณ 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวสอบถามพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุจากเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกันต่างระบุว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวมีพฤติกรรมเกเร งานไม่ทำ และมักจะมีเรื่องก่อเหตุบ่อยครั้ง. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย จนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย

เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน-ตะวันออก

กทม. 30 ส.ค.-กรมอุตุฯ รายงานไทยฝนเพิ่มขึ้น เตือนฝนตกหนักมากบริเวณอีสานตอนบน และตะวันออก โดยเฉพาะ จ.บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – […]

“อนุทิน” ยันเสียงพอตั้งรัฐบาล ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62

พรรคภูมิใจไทย 29 ส.ค. – “อนุทิน” ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 62 มั่นใจเสียงเพียงพอตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ ขอทำงานเพื่อประเทศ 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย รับเงื่อนไขพรรคประชาชน ขณะที่ “เพื่อไทย” โผล่ พร้อมหนุน 10 เสียง ส่วน ”กลุ่มสุชาติ“ หนุน 16 เสียง ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากเดินทางไปพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมในการที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป เพื่อให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข และคลี่คลายโดยเร็ว ทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทยที่รักของเราได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการหยุดชะงัก […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]