fbpx

เตือน ปชช.เข้มมาตรการโควิด ช่วงหยุดยาว


ทำเนียบ 6 ก.ค.-นายกฯ เตือนประชาชนร่วมกิจกรรมทางศาสนา -ท่องเที่ยว ช่วงหยุดยาวปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมมั่นใจระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง รองรับสถานการณ์โควิด-19 ได้



นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ มีการรายงานพบการติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเป็นระลอกเล็กๆ (Small Wave) อาจเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศ ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติ และมีผู้เดินทางเข้าและออกประเทศมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นระบบสาธารณสุขของประเทศไทยยังเข้มแข็ง โดยรัฐบาล กระทรวงสาธารสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ ได้มีการเตรียมการรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและมีความพร้อมรับมือทุกด้านเพียงพอ ทั้ง หมอพอ เตียงพอ ยาและเวชภัณฑ์พอ รวมถึงเร่งเดินหน้าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ทั่วประเทศ อีกทั้งขอให้ประชาชนยังต้องเข้มข้นในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข 2 U ตามที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขแนะนำ คือ Universal Prevention มาตรการป้องกันโรค ทั้งเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก เพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิดและ Universal Vaccination คือ มาตรการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม โดยเฉพาะวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนและกิจกรรมด้านเศรษฐกิจของประเทศยังขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปได้ตามแผนที่กำหนดโดยไม่หยุดชะงักอีก


“นายกรัฐมนตรี ยังห่วงใยประชาชน ที่กำลังจะวางแผนเดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาและท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันและเป็นวันเข้าพรรษา ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและระมัดวังตนเองให้ปลอดภัยทั้งการเดินทางและการปฏิบัติตน ตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ปลอดภัยจากโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในขณะนี้” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว



โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 2,428 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 2,425 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 3 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,313,010 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ขณะที่หายป่วยกลับบ้าน 2,049 ราย รวมหายป่วยสะสม 2,312,401 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) โดยมีผู้ป่วยกำลังรักษา 24,792 ราย และเสียชีวิต 22 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 9,060 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ทั้งนี้จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 727 ราย ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 – 4 ก.ค. 2565 รวมทั้งสิ้น 140,049,334 โดส (ซึ่งรวมยอดสะสมการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด – 19 แก่กลุ่มเด็กอายุ 5 – 11 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 4 ก.ค. 2565 จำนวน 5,254,633 โดส) จำแนกเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 57,003,688 โดส วัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 53,217,012 โดส และวัคซีนเข็มที่ 3 (ขึ้นไป) จำนวน 29,828,634 โดส.-สำนักข่าวไทย.

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้