“กิตติศักดิ์” ยันตั้งญาติเป็นคณะทำงานไม่ผิดกฎหมาย 

กทม.21 มิ..- “กิตติศักดิ์ยันตั้งญาติเป็นคณะทำงาน ไม่ผิดกฎหมายจริยธรรม ขอสื่อตรวจสอบ ..ตั้งใครเป็นคณะทำงานบ้าง พร้อมรอดู ตรีรัตน์หากได้เป็น ..จะตั้งใคร ลั่น ..ก็สอบ ..ได้


นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. เปิดเผยกับสำนักข่าวไทย ถึงกรณีไอลอว์เปิดชื่อ ส.ว.แต่งตั้งเครือญาติเป็นคณะทำงาน โดยระบุว่า ส.ว.ที่มีญาติตัวเองเป็นคณะทำงานมากที่สุดคือ กิตติศักดิ์ ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นประเด็นไปแล้วและมีการตรวจสอบแล้วตั้งแต่ในช่วงแรกของการเข้ารับตำแหน่ง จึงไม่ใช่เรื่องลับลมคมใน เป็นเรื่องเก่าที่ตรวจสอบไปแล้ว ดังนั้น ส.ว.ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ไม่ได้ขัดต่อระเบียบ และเป็นเรื่องที่กระทำได้ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ และไม่ขัดต่อจริยธรรม

เมื่อถามถึงเหตุผลในการแต่งตั้งเครือญาติของตัวเองมาเป็นคณะทำงาน นายกิตติศักดิ์ ระบุว่าระเบียบนี้เป็นระเบียบเดียวกับ ส.ส. และคณะทำงานก็มีค่าตอบแทนน้อย บางคนก็แต่งตั้งเต็มจำนวน 8 คน บางคนก็แต่งตั้งไม่เต็มจำนวนซึ่งขึ้นอยู่กับภารกิจของแต่ละคน ขณะที่ ส.ว.จัดโซน 8 โซนตามภูมิภาคเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและดูแลทุกข์สุขประชาชน จึงต้องใช้คนจำนวนมาก และไม่ง่ายที่จะหาคนจำนวนมากนี้ ดังนั้น ส.ว.ไม่ได้ตั้งเครือญาติมาเป็นคณะทำงานแล้วไม่ต้องทำอะไร ทุกคนจะต้องทำงานไม่ว่าจะเป็นเครือญาติหรือคนที่มีความรู้ความสามารถ ต่อให้เป็นเครือญาติก็ทำงาน อย่างตนเองก็ตั้งเครือญาติ 3 คน และก็แบ่งให้ทุกคนทำงาน


เมื่อถามว่าการตั้งเครือญาติเป็นเรื่องของความไว้ใจกันหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ระบุว่า ส่วนตัวนั้นเห็นว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับความไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ ทั้งนี้ ตนสั่งการกับคนของตนไว้เสมอว่าห้ามทุจริต ห้ามเบ่ง ห้ามกร่างเด็ดขาด ถ้าตนรู้ ตนปลดทันที 

ส่วนที่นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้อำนวยการกองการสื่อสารพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า เรื่องนี้ อาจขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ว.และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งได้ระบุไว้ชัดเจนเรื่องการไม่ให้สมาชิกรัฐสภานำตำแหน่งของตน แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบนั้น นายกิตติศักดิ์ระบุว่า รอให้นายตรีรัตน์เป็น ส.ส.ก่อน แล้วจะตรวจสอบว่านายตรีรัตน์ตั้งใครเป็นคณะทำงานบ้าง ซึ่งนายพรเพชร ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปแล้วว่า ไม่ได้ผิดกฎหมาย ดังนั้นก็ไม่ได้ผิดจริยธรรม แต่หากจะไปร้องเรียนก็พร้อมจะให้ตรวจสอบ ทุกคนยืนอยู่ในที่สว่าง

ส่วนที่นายตรีรัตน์ ระบุว่าจะนำเรื่องดังกล่าวยื่นร้องต่อประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งมีพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบว่า ส.ว.มีประพฤติผิดมิชอบ และอาจขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภา และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.185 นั้น นายกิตติศักดิ์ ระบุว่า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เป็น ส.ส. ทั้งนี้อยากให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบด้วยว่า ส.ส.ตั้งใครเป็นคณะทำงานบ้าง เพราะใช้กฎกติกาเดียวกัน ไม่เป็นไร ถ้า ส.ส.สอบ ส.ว.ได้ ส.ว.ก็จะเรียก ส.ส.มาสอบเช่นเดียวกัน ไม่มีปัญหา. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

เคลื่อน 18 ร่างผู้เสียชีวิตรถทัวร์คว่ำที่ปราจีนฯ กลับบึงกาฬ

เตรียมเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย เหตุรถทัวร์คว่ำที่ปราจีนฯ กลับบึงกาฬ หลังพิสูจน์เอกลักษณ์ทั้งหมดแล้ว ส่วนที่วัดป่าวิเวกธรรมคุณ มีการเตรียมพร้อมรอรับทั้ง 18 ร่าง ประกอบพิธีทางศาสนา

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.