fbpx

“พล.อ.อนุพงษ์” ฉุนส.ว.ถามไม่ตรงเรื่อง

รัฐสภา 23 พ.ค. – มท.1 เดือด ส.ว. ถามกระทู้ทั่วไปไม่ตรงเรื่องที่ส่งมาให้ดู ไล่ให้ไปถามกลับมาใหม่เป็นกระทู้สด แต่ยอมแจงการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ระบุถ้าไม่พูดจะเข้าใจกันผิดอีก


การประชุมวุฒิสภา ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งหลังจากที่สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) รับทราบพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2565 แล้ว ได้แจ้งจำนวนส.ว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ว่ามีทั้งสิ้น 249 คน เนื่องจากนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณขอลาออกจากตำแหน่ง

ารประชุมช่วงกระทู้ถามทั่วไปโดยนายทวีวงษ์ จุลกมนตรี ส.ว. เรื่องมาตรการการสร้างความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน จากประเด็นที่สังคมวิจารณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบคำถาม ซึ่งก่อนตอบ พล.อ.อนุพงษ์ทักท้วงด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ว่า ปกติการถามเป็นกระทู้สด และกระทู้ทั่วไปเป็นไปตามที่กำหนด แต่ครั้งนี้ไม่ได้ถามตามที่ส่งเรื่องมา หากตนไม่พูดจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด


“เรียนให้ไปตั้งกระทู้สด แต่หากถามกระทู้ทั่วไปแล้วสาธยายไม่ตรงกับที่ถามกรุณาพิจารณาด้วย ในนี้มีหลายเรื่องข้อกล่าวหา ข้อกล่าวอ้าง ขอยึดตามที่ถามในหนังสือ ไม่เช่นนั้นกลับไปถามกระทู้ถามสดมาใหม่” รัฐมนตรีว่าการกระทรววหมาดไทย กล่าว

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ชี้แจงว่า ภาพรวมการใช้รถใช้ถนนที่เป็นปัญหาอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียมากกว่าการตายจากโควิด-19 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยขับรถไม่ดีทุกวันหรือตลอดทั้งปี ขาดวินัย ดังนั้น ในประเด็นแก้ไข ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าการดูแลการบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร หรือตำรวจเฝ้าตามทางม้าลายทั่วกรุงเทพฯ ได้ การแก้ปัญหาของรัฐบาลคือการปรับปรุงกฎหมายตามข้อเสนอแนะของคณะทำงานที่ศึกษาวิเคราะห์ส่งให้รัฐบาล

“ข้อเสนอที่ให้ตั้งศูนย์ทำงานกลาง ผมมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะต้องรวมหลายหน่วยงาน ทั้ง ในกลไกแก้ปัญหาของรัฐบาล มีการทำงานของหน่วยงานราชการและคณะทำงานที่ศึกษาปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลและเสนอแนะมายังรัฐบาลเพื่อดำเนินการ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ทำและมีความคืบหน้ามาก อย่างไรก็ดี ตามกฎหมายลงโทษผู้ที่มึนเมา มีบทลงโทษแรงถึงติดคุก แต่การนำไปสู่การลงโทษติดคุกได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำคดีด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจง.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา