fbpx

กำชับตามสถานการณ์ปาล์มลดเดือดร้อน

ทำเนียบรัฐบาล 23 พ.ค.-“พล.อ.ประวิตร” กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์ม ไม่ให้กระทบเกษตรกร – ผู้บริโภค ให้ผู้ประกอบการสวนปาล์ม เป็นกรรมการทรงคุณวุฒิกปน.ร่วมแก้ปัญหา


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมัน (กปน.) ครั้งที่ 2/65 ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมัน ไม่ให้กระทบเกษตรกรและประชาชน หลังจากภาพรวมสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในตลาดโลกขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาพลังงานและพืชน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูง ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มมีความผันผวน จากอินโดนีเซียบังคับห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มจากราคาปาล์มภายในประเทศที่สูงขึ้น

สำหรับประเทศไทย ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มชะลอตัวลงจากสถานการณ์โควิด การใช้ไบโอดีเซลลดลง ขณะที่ผลผลิตและการส่งออกสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มของไทยปรับตัวสูงขึ้นโดย ม.ค.-เม.ย.65 ไทยส่งออก มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยที่ประชุมร่วมพิจารณาการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกปน. และร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการน้ำมันปาล์มให้สมดุล โดยควรบริหารจัดการการส่งออกเพื่อให้มีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศและเกิดประโยชน์สูงสุด


ที่ประชุมเห็นชอบหลักการให้มีกลไกบริหารจัดการอุปทานน้ำมันปาล์ม ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ โดยแต่งตั้งอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลย์น้ำมันปาล์มภายใต้กนป. มีองค์ประกอบจากผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ หน่วยงานรัฐ ภาคเกษตรกร และภาคเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการจัดสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์และวิเคราะห์ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และขอให้ใช้มาตรการตามที่กปน.กำหนดในทิศทางเดียวกัน ทั้งการสำรวจสถานะสต็อก ปริมาณผลผลิต ความต้องการใช้ในประเทศและปริมาณส่งออกให้รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ทุกภาคส่วน เน้นให้เกิดความสมดุลภายในประเทศ โดยให้คำนึงถึงเกษตรกร ผู้บริโภคและผู้ประกอบการให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมกำชับให้มีผู้แทนผู้ประกอบการสวนปาล์ม ร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กปน. เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วมไปด้วยกัน.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วง 1-2 ก.ค.65

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.65 ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง