fbpx

“สมศักดิ์” ยันไม่มีดีล 5-30 ล้านซื้อเสียงล้มรัฐบาล

ทำเนียบรัฐบาล 3 พ.ค.-“สมศักดิ์” ยืนยัน ไม่มีดีลจ่ายค่าหัวส.ส. 5-30 ล้านบาท แลกโหวตล้มรัฐบาล ชี้ตัวเงินสูงไปกับระยะเวลาที่เหลือไม่กี่เดือนของรัฐบาล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการประชุมยุทธศาสตร์พรรค ว่า จะเริ่มพูดคุยกันว่าจะทำอะไรก่อนหรือหลัง เพื่อให้สังคมได้รับประโยชน์จากการทำงานของพรรค โดยจะเร่งรัดงานของแต่ละกระทรวงที่รัฐมนตรีของพรรคกำกับดูแลอยู่ อย่างไรก็ตาม จะไม่พูดเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรค  


นายสมศักดิ์ กล่าวถึงส่วนการเปิดทีมเศรษฐกิจของพรรค ว่า ในส่วนของพรรคมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคดูแลอยู่ ซึ่งต้องดูชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชน เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งอีก 10 เดือน เพื่อให้เร่งรัดการทำงานออกมา ไม่ใช่ว่าหมดวาระของรัฐบาลแล้วค่อยมาเร่งรัด จะไม่ทัน

ส่วนการแก้ปัญหาความปรองดองภายในพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าไม่ปรองดองก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้มีแนวทางไว้แล้ว ส่วนเรื่องพรรคเล็กที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ถ้าทบทวนว่าในปีสุดท้ายของรัฐบาลจะเป็นอย่างนี้ พรรคเล็กก็ต้องออกมามีบทบาททางการเมือง


“ถ้าไม่ทำการเมืองหรือออกมาพูด ทำให้มีราคา ก็จะไม่มีราคา ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคเล็กจะไปหารือกับฝ่ายค้านล้มรัฐบาลในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคการเมืองต้องคุยกันไม่ว่าพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ พรรคเดียวกันต้องสามัคคีกัน มีความคิดที่ตกผลึกออกมาเป็นแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ออกมาคนละทิศคนละทาง” นายสมศักดิ์ กล่าว

ส่วนที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า มีการจ่ายค่าหัวส.ส.หัวละ 5 -30 ล้านบาท  เพื่อแลกกับเสียงโหวตล้มรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอาจจะกระทบถึงการพิจารณาไม่ผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้  เพราะเป็นจำนวนเงินที่มากเกินไป

“จะใช้เงินอะไรมากมายขนาดนั้น ถ้าจะล้มรัฐบาลหรือล้มใคร 5 ล้าน 30 ล้าน มันมากเกินไป กับระยะเวลาจากวันนี้ไปจนถึงวันอภิปราย หรือวันที่มีปัญหาในวันข้างหน้า ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน เป็นไปไม่ได้ โมเม ตัวเลขมันไม่สอดคล้องกับสิ่งที่จะเป็นเหตุเป็นผล ไม่น่าเชื่อ จากประสบการณ์ของผม ดูแล้วไม่น่าใช่ ส่วนเรื่องล้มไม่ล้มรัฐบาล ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่เรื่องตัวเงินอย่าเอามาพูดกันให้เกิดความรู้สึกว่าอะไรต้องใช้เงินไปทั้งหมด ถ้าคิดว่าทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด ก็ไม่มีใครทำงาน” นายสมศักดิ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย  


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แม่ค้าโอนเงินผิดบัญชี 3 แสน ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามคืนได้ 1.6 แสน

แม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งชาวสมุทรสาคร โอนเงินผิดเกือบ 300,000 บาท เข้าบัญชีสาวบุรีรัมย์ ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามเองได้เงินคืน 160,000 บาท พบเจ้าของบัญชีปลายทางนำเงินไปซื้อทองและรถจักรยานยนต์

ตำรวจ สน.บางชัน ยึดยาบ้าลอตใหญ่ซุกซ่อนในรถเก๋ง

ตำรวจ สน.บางชัน ตรวจยึดยาบ้าลอตใหญ่ ซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งสีขาวซึ่งอยู่หลังรถสไลด์เอกชน เตรียมขนไปส่งที่ จ.นราธิวาส

คนต่างจังหวัดฮือฮาวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพตามสี่แยก

คนต่างจังหวัดที่ผ่านไปมายังเมืองตรัง ต่างให้ความสนใจวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพ แปรเปลี่ยนจากการติดใบประกาศตามบ้านเรือนมาเป็นการติดป้ายประกาศตามแยกต่างๆ

ไม่เหมือนใคร ผ้าขาวม้าตกแต่งงานศพ จบงานให้เป็นของที่ระลึก

ทำตามคำสั่งเสียสุดท้าย ใช้ผ้าขาวม้าตกแต่งงานศพแทนดอกไม้และพวงหรีด เสร็จงานแจกเป็นของที่ระลึก

ข่าวแนะนำ

ทีมผลัดไทยทิ้งขาด ซิวทอง 4×100 ทั้งชายและหญิง

ทีมผลัดไทยไม่ทำให้ผิดหวัง คว้าเหรียญทอง 4×100 ทั้งชายและหญิง โดยทีมสาวไทยเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 44.39 วินาที คว้าเหรียญทองสมัยที่ 24 ส่วนทีมชายทำลายสถิติประเทศไทย

บทเรียนราคาแพงจริยธรรมสื่อมวลชน

แม้ว่าเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) “หลวงปู่แสง” จะให้อภัยทีมหมอปลา และนักข่าวแล้ว แต่ยังมีการตั้งคำถามถึงบทเรียนจากนี้ต่อจรรยาบรรณ และจริยธรรมในการนำเสนอข่าว ที่อาจละเมิดกระทบต่อชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทผู้อื่นได้ มีข้อเสนอจากนักวิชาการ ว่า กรณีนี้ ไม่ใช่แค่ละเมิดจริยธรรม แต่การสร้างข่าว ถือว่าละเมิดกฎหมาย สื่อต้องหันมาทบทวนบทบาทมากกว่าการพักงานหรือลงโทษนักข่าว เป็นแค่ปลายทาง เจ้าของธุรกิจสื่อต้องมีส่วนรับผิดชอบสังคม

เลือกพระอุปัฏฐากชุดใหม่ดูแล “หลวงปู่แสง” แล้ว

แม้ “หมอปลา” และทีมงาน ได้ทำพิธีขอขมาหลวงปู่แสงที่บ้านหมอปลาเพชรบุรีไปแล้ว แต่ล่าสุดสำนักงานพระพุทธศาสนา เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบดำเนินคดี “หมอปลา” ขณะที่มีการเปลี่ยนพระอุปัฏฐากชุดใหม่ดูแล “หลวงปู่แสง” แล้ว

ปลัด สธ. ย้ำประเมินตนเองก่อนเปิดเทอม 17 พ.ค.นี้ หากมีอาการให้ตรวจ ATK

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงช่วงวันหยุดยาว มีการเดินทางท่องเที่ยว ผู้ปกครองและนักเรียนมีกิจกรรมรวมกลุ่ม อาจเพิ่มความเสี่ยงแพร่เชื้อโควิดช่วงเปิดเทอม 17 พ.ค.นี้ ย้ำต้องประเมินตนเอง หากมีอาการให้ตรวจ ATK ทันที กรณีพบผู้ติดเชื้อในโรงเรียนให้ทำตามแผนเผชิญเหตุ