พรรคเพื่อไทย 25 เม.ย.-“นพ.ชลน่าน” ระบุ 3 กลไกสภาฯ ชี้ชะตาอนาคตรัฐบาล พรุ่งนี้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านประชุมกำหนดประเด็นซักฟอก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่า พรุ่งนี้ ( 26 เม.ย.) หัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะประชุมผ่านระบบซูมเพื่อกำหนดประเด็นการอภิปรายและติดตามความก้าวหน้า เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องเนื้อหาที่จะอภิปราย จากนั้นจะได้ข้อสรุปว่าจะอธิบายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานหนึ่งชุดเพื่อพิจารณาประเด็นและเนื้อหาที่จะใช้ในการอภิปราย มีนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านเป็นประธาน คาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากที่คณะกรรมาธิการกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งเสนอรายงานต่อประธานรัฐสภาวันที่ 24 พฤษภาคม นี้ จากนั้นไป 1 สัปดาห์ รัฐสภาจะใช้เวลาพิจารณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา โดยประเมินว่าร่างกฎหมายงบประมาณ จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 1-2 มิถุนายนนี้
“ส่วนร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งทั้ง 2 ฉบับรัฐสภาจะได้พิจารณาช่วงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งฝ่ายค้านคาดหวังจะให้ร่างกฏหมายทั้ง 2 ฉบับบังคับใช้ก่อนที่จะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะยุบสภาก่อนที่กฎหมายลูกจะจัดทำแล้วเสร็จหรือไม่ เนื่องจากอยู่ที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจถ้ารัฐบาลสร้างทางตันทางการเมืองหรือเดดล็อกทางการเมือง จะทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย หากยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งไม่ได้ จะเป็นปัญหา” ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วงในคนการเมืองไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นปัญหาที่อาจนำไปสู่การล้มล้างประเด็นการยื่นตีความวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างน้อยต้องให้จัดทำกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งเสร็จก่อนจึงจะยุบสภา
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า หากสภาผู้แทนราษฎรเอาจริง ไม่ต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อ ก็ไม่รับร่างกฎหมายงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2566 รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ต้องพูดถึง เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่รับร่างกฏหมายงบประมาณ นั่นหมายความว่ามีการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่ารัฐบาลไปต่อไม่ได้ ซึ่ง 3 ประเด็นใหญ่ที่จะชี้ชะตาอนาคตของรัฐบาล คือ 1. การพิจารณารับหลักการร่างกฏหมายงบประมาณปี 2566 2. การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และ 3. การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกรัฐมนตรี
สำหรับการประสานส.ส. ในสภาของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะร่วมโหวตในทิศทางเดียวกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านนั้น นพ.ชลน่าน คาดหวังว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นปัจจัยโน้มน้าวชักจูงให้ส.ส.ราว 30 คน ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประสานพรรคการเมืองใด แต่หากมีความจำเป็นต้องทำเพื่อบ้านเมืองก็ถือเป็นวิธีการที่ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ว่าจะพูดคุยกับพรรคเศรษฐกิจไทยหรือพรรคการเมืองใด.-สำนักข่าวไทย