fbpx

“อนุทิน” ชี้ คดีโฮปเวลล์ มีช่องทางนำมาต่อสู้ได้

ทำเนียบรัฐบาล 7 มี.ค.- “อนุทิน” ชี้ คดีโฮปเวลล์ มีช่องทางนำมาต่อสู้ได้ ยืนยันทำเต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติ ส่วนจะแพ้หรือชนะ ให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีศาลปกครองรับคำสั่งขอให้พิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ ถือว่าเป็นผลงานของกระทรวงคมนาคมหรือไม่ ว่า ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งการรักษาผลประโยชน์ของชาติถือเป็นภารกิจหลัก เรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว และได้หารือกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าเรื่องนี้ต้องดูให้ละเอียด เพราะไม่อยากจะต้องจ่ายค่าโง่ในยุคสมัยที่เรารับผิดชอบ และคิดว่าเราคงไม่โง่ขนาดนั้น จึงให้นายศักดิ์สยามไปรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาและหาวิถีทางในการต่อสู้ ซึ่งจะต้องทำอย่างเต็มที่ ส่วนจะแพ้หรือชนะให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของบ้านเมือง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำ ถ้าสามารถทำได้ อย่างน้อยก็ได้มีโอกาสเรียกข้อมูลต่างๆมากขึ้น

“เวลาอ่านหนังสือ หรือ เวลาดูหนัง ต้องไม่ดูกลางเรื่อง ต้องดูว่าต้นเรื่องเป็นอย่างไร หลายๆ เรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ คือเราไปเริ่มนับแถวๆ กลางเรื่อง ไม่ได้ดูที่มาที่ไปตั้งแต่บทที่หนึ่ง กรณีของโฮปเวลล์ ถ้าย้อนกลับไปดูว่าเริ่มมาอย่างไร มีพัฒนาการอย่างไรและทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ทั้งที่เชื่อว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการ คงไม่มีใครอยากให้มีผลกระทบเช่นนี้ แต่ทำไมถึงออกมากลายเป็นว่าเสียหาย” นายอนุทิน กล่าว


นายอนุทิน กล่าวว่า ได้พบเหตุผล และหลายๆ เหตุที่คิดว่าจะนำมายกเป็นข้อต่อสู้ได้ ซึ่งได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและตั้งเป้าว่าประโยชน์ของชาติจะเสียหายไม่ได้ โดยขั้นตอนทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างน้อยไม่ต้องจ่ายเงินในวันนี้

นายอนุทิน กล่าวว่าที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ได้หารือกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่ตลอด ซึ่งนายพีระพันธุ์มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เพราะเป็นอดีตผู้พิพากษา และมองว่าเป็นทีมเวิร์คที่ดีมาก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันปกป้องผลประโยชน์.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตำรวจงง! รถเก๋งชนแบริเออร์ ผ่านไปเกือบ 12 ชม. จึงพบศพ

ตำรวจงง! รถเก๋งประสบอุบัติเหตุชนแบริเออร์บนถนนมอเตอร์เวย์ กู้ภัยตรวจสอบไม่พบคนขับ คิดว่ามีพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้ว จึงให้ลากรถมาเก็บรอเจ้าของ สุดท้ายพลบค่ำไม่มีใครมาจึงไปตรวจสอบรถอีกที ปรากฏว่าพบร่างคนขับเสียชีวิตอยู่ในรถ

ต่างชาติแห่เรียนทำอาหารไทย เมนูยอดฮิต “ข้าวซอย”

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เรียนทำอาหารไทยในโรงเรียนสอนที่เชียงใหม่คึกคัก ทั้งจ่ายตลาดและปรุงอาหารเอง 5 เมนู โดยเมนูยอดฮิต ข้าวซอย อาหารเมืองเหนือ น้ำซุปติดเทรนด์ระดับโลก จนทางโรงเรียนรับแทบไม่ไหว

เอาเคล็ด! นร.เขียนยันต์ให้สอบผ่านเกรด 4 ทุกวิชา ครูเห็นถึงกับอึ้ง

ฮือฮา เด็กนักเรียน ม.2 ที่เพชรบูรณ์ สวมวิญญาณจอมขมังเวทย์ เขียนยันต์ขอให้สอบผ่านเกรด 4 ทุกวิชา งานนี้ครูถึงกับอึ้ง

ข่าวแนะนำ

เขื่อนป่าสักฯ ออกประกาศเตือนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ จากการระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ เพิ่มขึ้น หลังมีฝนตกเหนือเขื่อนปริมาณมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สภาล่ม ถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง

สุดยื้อ! รัฐสภาล่ม หลังใช้เวลา 5 ชั่วโมง ถกกฎหมายลูกมาตราเดียว พบ ส.ส. พท.- พปชร. หายเกือบยกพรรค ขณะในขั้นการขานชื่อแสดงตน มี ส.ส.-ส.ว. แสดงตนครบ แต่กลับไม่ร่วมลงมติ

อดีต ปธน.ศรีลังกาอยู่ไทยได้แค่ 90 วัน

นายกฯ ระบุอดีต ปธน.ศรีลังกา เดินทางมาไทยชั่วคราว ยันให้อยู่ตามหลักมนุษยธรรม จะไม่พบกัน ไม่ให้เคลื่อนไหว เตรียมหาพื้นที่ลี้ภัยต่อไป “ดอน” บอกอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ต้องไม่สร้างปัญหาให้ไทย

กนง.มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

คณะกรรมการ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที