fbpx

สั่งเตรียมแผนรับเปิดเรียน-ทำงานออนไซต์

ทำเนียบฯ 4 ก.พ.- โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ สั่งการ ศธ.-สธ.-มท. เตรียมแผนเผชิญเหตุโควิด-19 พร้อมรับเปิดเรียน-ทำงานแบบ onsite ขอทุกฝ่ายการ์ดอย่าตก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ยังทรงตัวและยังควบคุมได้ดี ซึ่ง ในสัปดาห์หน้าหลายๆหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะเริ่มเข้ามาทำงานในสำนักงานหรือออฟฟิศ ขณะเดียวกันเริ่มมีการหารือจากกระทรวงศึกษาธิการในการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้มีการเรียนการสอนในโรงเรียนหรือ onsite ในโรงเรียนที่มีความพร้อมมากขึ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อม และยังคงปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมหารือเตรียมความพร้อม บูรณาการการทำงาน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งเตรียมแนวทาง มาตรการ และการดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกด้วย


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีการรายงานว่าขณะนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกไป 99% และเข็ม 2 กว่า 80% เช่นเดียวกับนักเรียนในกลุ่มอายุ 12-17 ปี 11 เดือน 29 วันที่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็ม 2 ไปแล้วกว่า 80% ซึ่งโรงเรียนที่จะเปิดทำการเรียน onsite ได้นั้น ต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็น 6 มาตรการหลัก (DMHC-RC) 6 มาตรการเสริม (SSE-CQ) 7 มาตรการเข้มงวด และการจัดทำแผนเผชิญเหตุ ด้านกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเร่งระดมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เป็นวัคซีนในกุล่ม mRNA โดยวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้เด็ก จะคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ก็จะทำงานประสานโดยผ่านกลไกของ ศบค.ในแต่ละจังหวัดเพื่อจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

นายธนกร ยังกล่าวว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้(4ก.พ.) มีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 9,909 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 9,721 รายผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 188 ราย ผู้ป่วยสะสม 252,197 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 7,827 ราย หายป่วยสะสม 198,415 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 86,473 ราย และเสียชีวิต 22 ราย


“แม้ว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19ในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ยังทรงตัวก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายยังป้องกันตนเองตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หมั่นตรวจ ATK และสังเกตเฝ้าระวังอาการ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการของภาครัฐนั้นก็มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับเผชิญเหตุ หารือ และเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวข้ามผ่านไปสู่การใช้ชีวิต และทำงานอย่างปกติได้ในที่สุด” นายธนกร กล่าว .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา