นายกฯ สั่งเร่งแก้ระเบียบให้เอื้อต่อการกำจัดขยะติดเชื้อ

กรุงเทพฯ 25 ก.ย. -นายกรัฐมนตรี มอบหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไขกฎระเบียบให้เอื้อต่อการกำจัดขยะติดเชื้อ หลังพบมีปัญหาตกค้างจำนวนมากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อตกค้างจำนวนมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้ทำให้ให้มีขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั้งที่มาจากโรคพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และการรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งจำนวนขยะติดเชื้อดังกล่าวเกินศักยภาพของเตาเผาขยะทั้งประเทศที่มีอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าเกณฑ์ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะติดเชื้อที่มีอยู่ยังไม่เอื้ออำนวยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการกำจัดขยะติดเชื้อได้อย่างเหมาะสมเท่าทันสถานการณ์ จึงทำให้มีขยะติดเชื้อตกค้างอยู่ในพื้นที่ต่างๆ จำนวนมาก


น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้โดยด่วนเพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตไฟฟ้าสามารถขออนุญาตใช้ขยะติดเชื้อเป็นเชื้อเพลิงได้ ซึ่งทำให้ขยะติดเชื้อที่ตกค้างหน้าเตาเผาถูนำไปเฝาทำลายให้หมดไป รวมถึงให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 เพื่อให้สามารถหาแหล่งรับกำจัดขยะติดเชื้อและจัดทำยานพาหนะขนส่งขยะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นได้

“นายกรัฐมนตรี มีข้อกังวลว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาขยะติดเชื้อตกค้าง จะส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว เพราะแม้เวลานี้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่จะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ก็ทั่วประเทศยังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันโรคต่อไปซึ่งจะยังทำให้มีขยะติดเชื้อจำนวนมาก จึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์ ข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด” น.ส.ไตรศุลี กล่าว .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด