fbpx

รัฐดึงดูดชาวต่างชาติมุ่งเพิ่มศักยภาพพัฒนาประเทศ

ทำเนียบรัฐบาล 20 ก.ย.-โฆษกรัฐบาล ย้ำมาตรการดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูง มุ่งเพิ่มศักยภาพการพัฒนาประเทศ ทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้ที่หายไป เตือนผู้ไม่หวังดีอย่าบิดเบือน


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ว่า การมีผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเข้ามาทำงานหรือพักอาศัยทดแทนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไปของไทย บรรเทาผลกระทบจากรายได้ภาคการท่องเที่ยวลดลง ขณะเดียวกัน ยังจูงใจให้ผู้เชี่ยวชาญผู้มีทักษะสูงด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เข้ามาเสริมศักยภาพในการพัฒนาประเทศด้วย เกิดการเชื่อมต่อเทคโนโลยี ถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ ยกระดับทักษะและสมรรถภาพ และเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้กับแรงงานภายในประเทศ

“มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มที่ชัดเจน ได้แก่ กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และ กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งแต่ละกลุ่มยังมีเงื่อนไขที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและการพัฒนาประเทศไทย อาทิ ลงทุนขั้นต่ำในพันธบัตรรัฐบาลไทยตั้งแต่ 250,000 -500,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีหลักฐานการลงทุนในประเทศไทย มีรายได้ขั้นต่ำ 80,000 ดอลล่าร์ หรือเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว


นายธนกร กล่าวว่า ในส่วน 2 แนวทางในการดำเนินมาตรการ ทั้งการกำหนดให้มีวีซ่าประเภทพิเศษ (Long-Term Visa) และการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องนั้น มุ่งขจัดอุปสรรคที่เป็นปัญหาของนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งมาตรการต่างๆ ยังถูกกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ทุกๆ 5 ปี โดยสามารถยกเลิกหรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเหมาะสมกับการส่งเสริมการลงทุนจากทั่วโลกได้ ในส่วนการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ยังคงยึดหลักการตามมาตรการทื่มีอยู่เดิม ไม่ได้เป็นไปตามที่บางกลุ่มพยายามบิดเบือนข้อมูลมาโจมตีรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการดึงดูดคนที่มีศักยภาพสูง ยังกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมก้าวหน้าในประเทศ โดยคาดการณ์ว่า ภายใน 5 ปี หากเพิ่มกลุ่มเศรษฐกิจสูงผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เข้ามาทำงานหรืออาศัยในไทยได้ 1 ล้านคน จะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายภายในประเทศได้ 1 ล้านล้านบาท จากการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท รัฐบาลจะมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท จากการเก็บภาษีรายได้ส่วนบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเกี่ยวกับการลงทุน

“อยากวิงวอนทุกฝ่ายเปิดใจให้กว้าง ศึกษามาตรการอย่างลึกซึ้ง พิจารณาประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต ยืนยันว่า การดำเนินการทุกมาตรการของรัฐบาล มุ่งส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจไทย หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพิ่มความสามารถในแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้ไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศอีกต่อไปจะเป็นการพลิกโฉมประเทศ” นายธนกร กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นายกฯ โพสต์แจ้งเพิ่มประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัวเป็น 46 ประเทศ

นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก เพิ่มประเทศเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัวเป็น 46 ประเทศ กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอื่นๆ

จับมือยิงอดีต ผจก.แบงก์ 14 นัด เสียชีวิต

รวบมือยิงอดีตผู้จัดการธนาคารเสียชีวิต พบเป็นเพื่อนบ้านวัย 70 ปี ส่วนสาเหตุเบื้องต้นพบผู้ก่อเหตุกับผู้ตายเคยมีปัญหาและโต้เถียงกันมาตลอด จึงก่อเหตุเพราะความแค้น

ข่าวแนะนำ

ชาวเกาะเกร็ดอ่วม น้ำท่วมขัง แม่ค้าต้องลุยน้ำขายของ

ที่หมู่ 5 ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตอนนี้มีน้ำท่วมขังพื้นที่สูง 30-50 ซม. ต้องใช้เรือสัญจร ส่วนแม่ค้าพ่อค้าต้องเข็นของขายลุยน้ำที่ท่วมสูงด้วยความยากลำบาก

ปรับระบายน้ำช่วย 15 จังหวัดอุทกภัย จับตาพายุ “หมาเหล่า”

จับตาพายุ “หมาเหล่า” และน้ำทะเลหนุน หวั่นกระทบแม่น้ำสายหลัก สั่ง สทนช.ปรับการระบายน้ำช่วย 15 จังหวัดอุทกภัย

กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นช่วง 23 – 30 ต.ค.

น้ำเหนือไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเฉลี่ย 3,252 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งผลกระทบ กทม. เฝ้าระวังต่อเนื่อง ช่วงวันที่ 23 – 30 ต.ค.64 ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ยังมีฝนฟ้าคะนอง-ตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ เผยประเทศไทยตอนบนฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังมีฝนฟ้าคะนองและตกหนักบางแห่ง ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล วันนี้ตกร้อยละ 10