fbpx

กมธ.ดีอีเอส ห่วงระบบไอที สธ.

รัฐสภา 16 ก.ย.- กมธ.ดีอีเอส สภาฯ ห่วงระบบไอทีสาธารณสุขอ่อนแอ หวั่นประชาชนถูกละเมิดสิทธิ ด้าน สธ.ยอมรับจุดอ่อนด้านการดูแลข้อมูล เผยข้อมูลคนไข้โควิด-19 ยังไร้คนดูแล หวั่นเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีหน่วยงานรับช่วงต่อ                 

คณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส. สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.ฯ ได้นัดประชุม เพื่อพิจารณา เรื่องกรณีภัยคุกตามทางไซเบอร์ โดยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของโรงพยาบาลในระบบสาธารณสุข โดยเชิญตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง


นายอนันต์ กนกศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจง โดยยอมรับว่าการกำกับและดูแลจะมีกฎหมายเพื่อกำกับดูแลโรงพยาบาลเอกชน อย่างไรก็ดียังมีความกังวล ต่อกรณีดิจิตอล เฮลท์ ที่ไม่มีกฎหมายกำกับ ดังนั้นแนวทางดูแลเบื้องต้นคือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล หรือให้กลุ่มเฮลท์แทคขึ้นทะเบียน ทั้งนี้ระบบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโควิด ไม่มีกฎหมายรองรับ และในสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีระบบข้อมูลที่อยู่นอกสถานพยาบาล หากยกเลิกการประกาศใช้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจทำให้ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ ทั้งนี้หน่วยงานของสาธารณสุขไม่มีหน่วยงานใดรองรับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

“ยอมรับว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่มีงบประมาณ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลให้มีความทันสมัย ซึ่งระบบบิ๊กดาต้าที่มีอยู่เป็นระบบที่มาจากมรดกตกทอด กระทรวงได้กำหนดนโยบาย ให้มีการเปลี่ยนผ่านระบบ โดยเริ่มจากหน่วยงานภายในระบบสาธารณสุขก่อน การทำสิ่งเหล่านี้ได้ต้องใช้งบประมาณมากถึง  2.2 หมื่นล้านบาท โดยโรงพยาบาลดูแลเองตามเกณฑ์มาตรฐาน หากใช้ระบบคลาวด์ จะใช้งบ 1.1หมื่นล้านบาท” นายอนันต์ กล่าว


ขณะที่นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฐานะเลขาธิการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ชี้แจงว่าข้อมูลของผู้ป่วยโควิด-19 แม้อนาคตจะยกเลิก ศบค. แล้ว จะทำให้กลับมาใช้ฐานกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ควบคุมโรค หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงหน่วยงานสามารถออกแบบประกาศให้หน่วยงานสามารถออกแบบการจัดเก็บหรือมีอำนาจการจัดเก็บได้

ขณะที่ พ.ต.อ.ณัทกฤช พรหมจันทร์  เจ้าหน้าที่สำนักงานคระกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ยอมรับว่าข้อมูลที่ถูกดึงออกไปจากระบบ ซึ่งเป็นข้อมูลคนไข้  แต่ไม่ใช่ข้อมูลการรักษาผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกภายใน  แต่ยอมรับว่าสร้างผลกระทบ  อย่างไรก็ดีระบบของโรงพยาบาลต่างๆ ยังมีความอ่อนแอ โดย สกมช.เตรียมเข้าไปช่วยเหลือ  ตรวจสอบระบบที่อ่อนแอ เป็นจุดอ่อนและหาทางป้องกัน

“กับข้อมูลที่ถูกดึงออกไป สกมช. พยายามติดต่อคนร้ายเพื่อล่อซื้อมีข้อมูล แต่ขณะนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่าใครเป็นเจ้าของระบบ และอนาคตอาจมีกรณีที่ควบคุมไมได้  เพราะประชาชนหรือเพจต่างๆ สามารถเข้าถึงได้ด้วยตนเอง  หรือ ระดมเป็นนักสืบเพื่อหาข้อทูลและอาจถูกโจมตีเป็นประเด็นได้เรื่อย”  พ.ต.อ.ณัทกฤช กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการตั้งคำถามและเสนอแนวทางต่อเจ้าหน้าที่ ได้สะท้อนความกังวล ว่าการแฮกข้อมูลอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก  เพราะระบบป้องกันของแต่ละโรงพยาบาลยังมีจุดอ่อน หากไม่สามารถสร้างกลไกปกป้องได้ อีกทั้งการตรวจสอบเพื่อหาบุคคลที่ขโมยข้อมูลของโรงพยาบาล ที่ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นบุคคลภายนอก หรือบุคคลภายในที่ดึงข้อมูลของโรงพยาบาลออกมา จึงกังวลต่อการสร้างความปลอดภัยในระบบสารสนเทศให้กับประชาชน ที่อาจถูกหลอกหลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ โดยอ้างตัวตนว่าเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลได้ แม้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่เชื่อว่าอาจไม่ได้รับความคุ้มครองทั่วถึงต่อความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับประชาชน และการถูกละเมิดสิทธิได้

โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กมธ.ดีอีเอส ให้ความเห็นด้วย ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และยังต้องพัฒนาตามวงรอบ สำหรับประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบป้องกันน้อยมา ทั้งนี้การวางระบบไอที ควรทำระบบป้องกันและความปลอดภัยไซเบอร์ ด้วย โดยเฉพาะข้อมูลด้านระบบสาธารณสุข เพราะมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน นอกจากนั้นแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติต้องคำนึงถึงการจัดงบประมาณต่อการสร้างระบบป้องกันข้อมูล ไม่ใช่แค่สร้างระบบแล้วจบ โดยขาดการป้องกันที่ดี.- สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศาลให้ประกัน “บาส” หลัง “ทนายไพศาล-หมอปลา” ยื่นมือช่วย

“ทนายไพศาล – หมอปลา” ยื่นมือช่วยครอบครัว “นายบาส” ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น หลักฐานชัดถูกกลุ่มวัยรุ่นฝั่งคนตายหาเรื่อง ด้านศาลให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ 5 แสนบาท

ปล่อยตัวชั่วคราว “บาส” มือแทง 2 ศพ ออกจากเรือนจำ

ปล่อยตัวชั่วคราว “บาส” ผู้ต้องหาแทงกลุ่มวัยรุ่นบุกบ้าน เสียชีวิต 2 คน หลัง “ทนายไพศาล – หมอปลา” ยื่นมือช่วย เจ้าตัวยืนยันทำไปเพราะป้องกันตัว

เผาสำเภายักษ์ส่งเทพเจ้า ไม่พลาดเล็งเลขหัวเรือ

ชาวไทยเชื้อสายจีนกว่าร้อยคน ร่วมทำพิธีเผาเรือสำเภายักษ์ พร้อมเครื่องบูชาต่างๆ รวมถึงจุดประทัดเพื่อส่งเทพเจ้าขึ้นสวรรค์ ซึ่งเชื่อว่าท่านเสด็จลงมาเป็นประธานในพิธีกินเจ ไม่พลาดที่คอหวยจะเล็งเลขหัวเรือสำเภาเพื่อนำไปเสี่ยงโชค  

ข่าวแนะนำ

คกก.โรคติดต่อ กทม.เห็นชอบปรับมาตรการกิจการ/กิจกรรม

คกก.โรคติดต่อ กทม.เห็นชอบปรับมาตรการสำหรับกิจการ/กิจกรรม ตามประกาศ ฉ.44 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 – 31 ตุลาคม 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

อุตุฯ เตือน ‘เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก’ ระวังฝนหนักบางแห่ง-กทม.ตก 80

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือตอนล่าง อีสาน กลาง ตะวันออก ฝนตกหนักมากบางแห่ง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80

คลังเดินหน้ามาตรการ ‘พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ’ ช่วยประชาชน

โฆษกรัฐบาล เผย คลังเดินหน้าข้อสั่งการนายกฯ เปิดมาตรการแบงก์ของรัฐ พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs ที่รับความเดือดร้อนภัยน้ำท่วม 64