ศบค.เตือนคลายล็อกดาวน์หากคุมไม่ดี อาจติดเชื้อแตะ 3 หมื่นราย

ทำเนียบ 6 ก.ย. – ศบค. เผยไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 13,988 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 17,284 ราย กำลังรักษาอยู่ 148,622 ราย เสียชีวิต 187 ราย อายุน้อยสุด 13 ปี มีโรคประจำตัว เตือนคลายล็อกดาวน์หากคุมไม่ดี ต้นเดือน ต.ค. อาจติดเชื้อ 3 หมื่นรายต่อวัน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,988 ราย โดยแบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 13,544 ราย ติดเชื้อจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,561 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,966 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 444 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 17 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 1,294,522 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 17,284 ราย สะสม 1,132,858 ราย กำลังรักษาอยู่ 148,622 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 44,954 ราย และโรงพยาบาลสนาม 103,668 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,601 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,013 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 187 ราย รวมเสียชีวิต 13,042 คน


ขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,265,659 ราย หายป่วยสะสม 1,105,432 ราย เสียชีวิตสะสม 12,948 ราย ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 5 กันยายน 2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด จำนวน 35,912,894 โดส วันที่ 5 กันยายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 129,317 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 195,241 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 660 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงแบบจำลองคาดการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่ว่า จากการล็อกดาวน์ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ได้รับความร่วมมือ สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ระดับหนึ่ง เป็นผลจากมาตรการเข้มข้นที่ได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและผู้ประกอบ และประชาชน แต่ ศบค.มีการปรับมาตรการ จึงเห็นบรรยากาศที่ประชาชนเข้าห้างสรรพสินค้าไปซื้อของ จึงขอฝากให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดี การ์ดอย่าตก เพราะหากคุมสถานการณ์ไม่ดีอาจเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นในเดือน ต.ค. วันละ 3 หมื่นรายได้


“ตามการคาดการณ์ จะมีแรงเฉื่อยปลายเดือนนี้ และต้นเดือนตุลาคม เส้นเหล่านี้จะพุ่งขึ้น หมายถึงว่าจะมีคนไข้ที่ป่วยมากขึ้นกว่านี้อีก ตรงนี้แหละครับน่ากลัว ถ้าคุมไม่ดีจะไปแตะที่ 3 หมื่นรายต่อวันได้เช่นเดียวกัน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 187 ราย ชาย 101 ราย หญิง 86 ราย เป็นชาวไทย 181 ราย เมียนมา 4 ราย จีน 1 ราย อเมริกัน 1 อายุค่ากลาง 70 ปี อายุน้อยสุด 13 ปี อายุมากสุด 95 ปี แบ่งเป็น กทม. 24 ราย ชลบุรี 20 ราย สมุทรสาคร 17 ราย ปทุมธานี 16 ราย พระนครศรีอยุธยา 12 ราย นครปฐม อ่างทอง จังหวัดละ 11 ราย สระบุรี 13 ราย สระบุรี 10 ราย สมุทรปราการ สุพรรณบุรี จังหวัดละ 5 ราย นนทบุรี ปัตตานี สงขลา ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 4 ราย ชัยภูมิ ตาก ระนอง ลพบุรี สมุทรสงคราม 3 ราย เชียงราย นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี จังหวัดละ 2 ราย มหาสารคาม อุบลราชธานี นครราชสีมา พิษณุโลก สตูล พัทลุง ยะลา ตรัง ราชบุรี ระยอง นครนายก ตราด เพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย โรคประจำตัวยังเป็นปัจจัยเสี่ยงความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง พบผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป 131 ราย อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 41 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 14 ราย เด็กอายุ 13 ปี จ.ตาก มีโรคประจำตัว เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย จ.ระยอง ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อจากคนรู้จัก คนในครอบครัว

ส่วนแบบจำลองจากกระทรวงสาธารณสุข ที่คาดการณ์ผู้เสียชีวิตกับตัวเลขคาดการณ์จากมาตรการล็อกดาวน์ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การเสียชีวิตประมาณ ต.ค. พุ่งขึ้นอีก แต่ไม่สูงเท่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นผลจากการเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุ และฉีดวัคซีนให้กับ 8 กลุ่มโรค


สำหรับ 10 อันดับ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ วันที่ 6 ก.ย. 2564 คือ 1.กรุงเทพมหานคร 3,610 ราย 2.สมุทรปราการ 868 ราย 3.สมุทรสาคร 711 ราย 4.ชลบุรี 703 ราย 5.เพชรบูรณ์ 488 ราย 6.ระยอง 464 ราย 7.นนทบุรี 300 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 294 ราย 9.นครราชสีมา 278 ราย 10.ราชบุรี 267 ราย ขณะที่ผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3,610 ราย ที่อยู่ขณะป่วยอยู่ในกทม. 3,169 ราย ที่อยู่ขณะป่วยอยู่ต่างจังหวัดเข้ารักษาโรงพยาบาลในกทม. 441 ราย มี 10 อันดับเขต ที่พบผู้ป่วยสูงสุด ดังนี้ 1.หลักสี่ 135 ราย 2.จอมทอง 132 ราย 3.บางกะปิ 125 ราย 4.บางขุนเทียน 101 ราย 5.บางคอแหลม 101 ราย 6.หนองแขม 96 ราย 7.ประเวศ 92 ราย 8.บางบอน 90 ราย 9.ธนบุรี 89 ราย 10.บางแค 89 ราย

ขณะที่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก วันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 221,542,850 ราย อาการรุนแรง 105,498 ราย รักษาหายแล้ว 198,036,657 ราย เสียชีวิต 4,581,744 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 40,805,259 ราย 2.อินเดีย จำนวน 33,027,136 ราย 3.บราซิล จำนวน 20,890,779 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 7,012,599 ราย 5.สหราชอาณาจักร 󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿จำนวน 6,978,126 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 29 จำนวน 1,294,522 ราย

นพ.วีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็จะมีการดูตัวเลขต่างๆ ในรอบ 14 วันที่ผ่านมานำมาประกอบด้วย

“ผมก็อยากจะฝากทุกท่านว่า วันนี้เรากินบุญเก่าของ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และถ้าวันนี้เราจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อที่จะมีผลไปอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้กิจการ กิจกรรมต่าง ๆ ที่สื่อบอกว่าเป็นการผ่อนคลาย แต่ผมก็อยากบอกว่าเป็นการปรับมาตรการ ขอให้ท่านการ์ดอย่าตก ซึ่งมีคำขยายความไม่ว่าจะเป็น universal prevention เรื่องของบับเบิลแอนด์ซีล อะไรทั้งหลายแหล่ มีศัพท์ต่าง ๆ มากมาย แต่ที่สุดแล้วถ้าท่านทุกคนมีสุขอนามัยอย่างดี ดูแลตัวเอง ซึ่งเราไม่อยากให้กราฟสีเขียวพุ่งขึ้นมาและทำให้เกิดติดเชื้อวันละ 3 หมื่นคนอีก” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวในตอนท้าย และว่าขณะนี้ทฤษฎีด้านการแพทย์ที่จะกำจัดโรคนี้ไปเป็นศูนย์ ไม่ได้หวังอย่างนั้นแล้ว ว่าจะกำจัดโควิด-19 ไปได้ ซึ่งก็จะเหมือนกับวัณโรค ไข้หวัดใหญ่ ที่จะต้องอยู่คู่กับโลกนี้ โควิด-19 ก็เช่นเดียวกัน .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]