fbpx

ชี้โพลไม่สำคัญเท่าความชอบธรรมของรัฐบาลในสายตาประชาชน

กรุงเทพฯ 21 ส.ค. – นักวิชาการชี้โพลไม่ใช่งานวิจัย และมีหลายครั้งที่ถูกตั้งคำถามว่า มีคำถามชี้นำหรือไม่ และเป็นการสะท้อนความเชื่อทางการเมืองของแต่ละกลุ่ม ระบุไม่ว่าโพลจะชี้อย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับความชอบธรรมของรัฐบาลในสายตาประชาชน


นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการสำรวจความเห็นของซูเปอร์โพล ที่ระบุว่า มีนักการเมืองและข้าราชการอยู่เบื้องหลังม็อบในขณะนี้ ว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองและการต่อสู้ทางการเมือง ที่มีการต่อสู้ทุกรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ ในเชิงวาทกรรมข้อมูลข่าวสาร และการใช้พื้นที่สื่อหรือแอร์วอร์ ซึ่งมีหลากหลายมิติ แต่ต้องยอมรับว่า ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยจะเห็นว่า ความถี่ในการชุมนุม และความถี่ในเรื่องความรุนแรงก็มีเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีการแบ่งขั้วในเชิงปฏิบัติการทางการเมืองในระดับพื้นที่แล้ว ก็ยังมีการแบ่งขั้วเชิงปฏิบัติการทางความคิดด้วย ดังนั้น ผลโพลต่างๆ ที่ออกมาอาจจะทำให้อีกฟากฝั่งหนึ่งในทางความคิด ตั้งคำถามต่อผลการสำรวจต่างๆ ว่า สามารถตอบถึงสภาพความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร และหลายครั้งก็มีคำถามตามมาถึงความเป็นกลางในการตั้งคำถาม และต้องยอมรับว่า โพลไม่ใช่เรื่องของการวิจัยที่แท้จริง โดยวิธีวิจัย ตัวอย่างในการเก็บข้อมูล ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลต่างๆ ก็แตกต่างจากการวิจัย และบ่อยครั้งโพลก็ถูกตั้งคำถามว่า มีการใช้คำถามที่ส่งผลต่อการชี้นำของผู้ตอบหรือไม่ ดังนั้น โพลต่างๆ ที่ออกมานั้นก็เป็นไปตามความเชื่อทางการเมืองของแต่ละกลุ่ม สำนักใครก็สำนักมัน และอาจจะเกิดคำถามขึ้นว่า ตกลงผลการสำรวจโพลแต่ละสำนักจะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่

“วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ผลโพล แต่โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ การต้องเร่งสร้างความเชื่อถือและความเชื่อมั่นทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลต่อความชอบธรรมทางการเมืองของรัฐบาลเอง และทำให้คำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทำงาน ทั้งด้านสาธารณสุข ประสิทธิภาพในการเข้าถึงวัคซีน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอันเป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากโควิด-19 ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่มากกว่าเรื่องคำตอบจากโพลในการที่จะชี้ว่า ประชาชนมองรัฐบาลอย่างไร และรัฐบาลยังมีความชอบธรรมในสายตาของประชาชนมากน้อยแค่ไหนเพียงใด” นายยุทธพร กล่าว. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้