fbpx

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด

กรุงเทพฯ 28 ก.ค. – นายกรัฐมนตรี รับฟังปัญหาจังหวัดสีแดงเข้ม หวังแก้ปัญหาโควิด-19 ทันท่วงที สั่งเฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด พร้อมขอให้กระจายยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทั่วถึง ห้ามขาดแคลน


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมร่วมผู้ว่าราชการจังหวัดสีแดงเข้ม 12 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ ที่ประชุมก่อนหน้านี้ โดยเป็นการประชุมผ่านระบบ Zoom จากบ้านพัก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) เพื่อหารือถึงแนวทางการรับมือกับการแพร่ระบาด การให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย การตั้งโรงพยาบาลสนามต่างๆ รวมทั้งการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน

นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงสถานการณ์และความพร้อมของแต่ละจังหวัด โดยเน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเสนอปัญหาข้อติดขัด เพื่อรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ให้แต่ละจังหวัดเพิ่มเตียงให้เพียงพอ เฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด และให้มีส่วนภาคต่างๆ เข้าร่วมสนับสนุน


ขณะเดียวกัน จะใช้ระบบ bubble and seal ในพื้นที่โรงงานและแคมป์แรงงาน เช่น ฉะเชิงเทรา ซึ่งคลัสเตอร์โรงงานเป็นแหล่งระบาดหนัก และมีคนงานเดินทางข้ามจังหวัดมา เช่น สมุทรปราการ จึงต้องใช้มาตรการฉีดวัคซีน จัดหาที่พัก จนถึงระดับสูงสุดคือปิด 14 วัน

นายกรัฐมนตรี ยังกังวลสถานที่ตรวจของเอกชน ที่เมื่อตรวจเจอแล้วไม่ทำอะไรต่อ ดังนั้น จึงให้ไปแก้ปัญหาโดยการเพิ่มเตียงผู้ป่วยสีแดง โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวบรวมเสนอ และกระทรวงสาธารณสุข ต้องประเมินผู้ป่วยหายกลับบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงเตียงที่จะรับผู้ป่วยใหม่ รวมถึงให้ประเมินสถานการณ์แต่ละสัปดาห์ 

ขณะเดียวกัน ห่วงการแพร่ระบาดในบ้านจัดสรร ให้หน่วยงานเข้าไปสำรวจด้วย และจากการประเมินทางการแพทย์ เชื่อว่า 4-6 สัปดาห์ สถานการณ์จะดีขึ้น


นายกรัฐมนตรี บอกด้วยว่า หากขาดงบประมาณ เช่น การเพิ่มเตียง อุปกรณ์การแพทย์ ให้เสนอเข้ามา พร้อมประสาน Call Center จัดทำศูนย์พักคอย ชุดตรวจหาผู้ป่วยในพื้นที่ Hospitel โรงพยาบาล
สนาม รวมถึงทำแผนกระจายวัคซีนไปยังจังหวัด เพื่อจัดสรรต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ห่วงเรื่องตลาด หากแพร่ระบาดแล้วต้องปิดตลาด จะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร เพื่อให้ทำมาหากินต่อได้ รวมทั้งขอให้เร่งกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ไปทุกจังหวัด ไม่ให้ขาดแคลน. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เผยน้ำท่วมชัยภูมิยังน่าห่วง 2 อำเภอ

สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ กับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยขณะนี้อำเภอเมือง และอำเภอจัตุรัส สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

ศบค.ลดวันกักตัวคนวัคซีนครบ เข้าไทยเหลือ 7 วัน

ศบค.เห็นชอบลดวันกักตัวต่างชาติ มีพาสปอร์ตวัคซีนเข้าไทยเหลือ 7 วัน – วัคซีนไม่ครบกักตัว 10 วัน คงเดินทางทางบกกักตัว 14 วันเหมือนเดิม เปิดออกกำลังกลางแจ้ง-ว่ายน้ำได้

ศบค.ขยายฉุกเฉิน เล่นดนตรีสดในร้านอาหารได้

ที่ประชุมศบค.ขยายระยะเวลาพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. คงเคอร์ฟิวต่ออีก 15 วันแต่ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 เปิดศูนย์การค้า-ร้านสะดวกซื้อได้ถึง 3 ทุ่ม ให้ร้านอาหารเล่นดนตรีสดได้ 1 ต.ค.นี้

ข่าวแนะนำ

BIG STORY : หลายจังหวัดผวา ห่วงน้ำท่วมปีนี้ซ้ำรอยปี 54

ชาวชัยนาทเร่งสร้างเพิงพักริมถนน ผวาน้ำท่วมหนักเหมือนปี 54 ส่วนอยุธยาเร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันเกาะเมืองและโบราณสถาน ขณะที่ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วมมากกว่า 80 หลังคาเรือน

กรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำ 24 ชม. เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่อง

กรมชลประทาน เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ระดมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

น้ำท่วมสุโขทัยยังวิกฤติ-ชาวบ้านขาดแคลนอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก บางหมู่บ้านน้ำยังสูงเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น เจ้าหน้าที่ต้องลุยน้ำลึกนำสิ่งของไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน

ศบค.ลดวันกักตัวคนวัคซีนครบ เข้าไทยเหลือ 7 วัน

ศบค.เห็นชอบลดวันกักตัวต่างชาติ มีพาสปอร์ตวัคซีนเข้าไทยเหลือ 7 วัน – วัคซีนไม่ครบกักตัว 10 วัน คงเดินทางทางบกกักตัว 14 วันเหมือนเดิม เปิดออกกำลังกลางแจ้ง-ว่ายน้ำได้