fbpx

“แรมโบ้”แนะ“หญิงหน่อย”จริงใจช่วยปชช.

กรุงเทพฯ 21 ก.ค.-“เสกสกล” ถามเจตนา “คุณหญิงสุดารัตน์” หลังเอาภาพคนป่วยโควิดโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถ้าจริงใจ ให้พาทีมงานลงพื้นที่ เหน็บแรงตีกินการเมือง เชื่อปชช.ดูออกแค่สร้างภาพ


นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมมีภาพผู้ป่วยโควิด-19 รอโรงพยาบาล โดยระบุว่า นายกฯ เห็นภาพนี้แล้วยังนอนหลับอยู่หรือไม่ ว่า ขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ที่มีน้ำใจจะช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังรอการรักษา ถือว่าเป็นการช่วยบุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่ไม่สมควรทำคือการนำภาพผู้ป่วยออกมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กเช่นนี้

“เพราะจะทำให้เห็นว่าการลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนนั้นไม่จริงใจ เพียงเพื่ออยากให้คนได้เห็นการทำงานแบบสร้างภาพของตัวเอง หรือเพียงเพื่อหาคะแนนเสียงให้ตัวเองดูดี เท่านั้นใช่ไหม และการที่คุณหญิงบอกว่านายกฯ เห็นภาพนี้แล้วยังนอนหลับอยู่หรือไม่ ผมขอบอกว่าไม่ใช่แค่นายกฯ รัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีใครนอนหลับลงได้ เพราะทุกคนทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน แทบไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งผมขอถามคุณหญิงสุดารัตน์กลับเช่นกันว่าในสถานการณ์ประเทศเกิดวิกฤติเช่นนี้ คุณหญิงหน่อยคงนอนหลับฝันดีอย่างนั้นใช่ไหม ช่วยตอบหน่อย” นายเสกสกล กล่าว


นายเสกสกล กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่เหตุใดจึงนำความเจ็บป่วยของคนมาเผยแพร่เหมือนไม่รู้สึกรู้สาว่าเหมาะสมหรือไม่ หากจะทำตัวเป็นประโยชน์ ช่วยเหลือประชาชนไม่จำเป็นต้องเอาหน้า หาผลประโยชน์ คะแนนเสียงใส่ตัวเองก็ได้ แต่สามารถพาทีมงานลุยพื้นที่ ไม่ต้องรอใครสั่ง ลงมือเสียสละช่วยกันได้เลย ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่คิดเป็น ไม่มีอคติกับคนอื่น

“ผมคิดว่าประชาชนมองออกว่าไม่ได้เกิดจากความจริงใจของคุณหญิงที่อยากจะช่วยคนป่วย แต่ต้องการด้อยค่ารัฐบาลและนายกฯ ในภาวะเกิดการระบาดแพร่กระจายของเชื้อโควิดมากขึ้นในขณะนี้ แทนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือประชาชน จับมือกัน แต่นี่อะไรคิดแต่สร้างภาพเพื่อให้ฝ่ายตัวเองด่าทอนายกฯ และรัฐบาลในโซเชียล เสมือนหนึ่งปลุกระดมทำลายกันตลอด ขอให้คุณหญิงช่วยลุยลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านในยามทุกข์เช่นนี้ดีกว่าไหม อย่าคิดแต่เล่นตีกิน ทำลายกันทางการเมืองเลย มันได้ประโยชน์อะไร ประเทศชาติ ประชาชน เป็นของทุกคน ต้องช่วยกันดูแลมิใช่หรือ? ทำไมต้องมาโพสต์เพื่อประจาน หวังทำลายด้อยค่าคนอื่น” นายเสกสกล กล่าว

นายเสกสกล กล่าวว่า คิดว่าประชาชนมองออก สุดท้ายประจานตัวเองมากกว่าหรือคุณหญิงสุดารัตน์คิดว่าประเทศชาติประชาชนเป็นของนายกรัฐมนตรีคนเดียว ต้องรับผิดชอบคนเดียวอย่างนั้นหรือ ถ้าคิดเช่นนั้นคุณหญิงคงต้องคืนบัตรประชาชนคืนราชการจะดีกว่า อย่าคิดว่ามีปัญหาอะไรก็โยนใส่นายกฯ ต้องรับผิดชอบคนเดียว


“หรือคุณหญิงไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไทยด้วยกัน จึงไม่มีจิตสำนึก ไม่เห็นใจประชาชนในการที่จะเสียสละลงมาช่วยกันดูแลประชาชน ในยามประชาชนทุกข์เช่นนี้ ช่างกล้าเอาภาพประชาชนที่เจ็บป่วยมาโพสต์เพื่อหวังผลทางการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตน วัน ๆ ดีแต่จะเล่นตีกินทางการเมืองเป็นอย่างเดียว อย่างนั้นใช่ไหม?” นายเสกสกล กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที