fbpx

รพ.สนามทบ.พร้อมรับผู้ป่วย COVID-19

กองทัพบก 19 ก.ค.-กองทัพบกเดินหน้าตั้ง รพ.สนามใน 19 พื้นที่ 3,177 เตียง หนุนการทำงานของสาธารณสุข รองรับผู้ป่วยโควิด


พ.ต.หญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขณะนี้ กองทัพบกจึงได้ระดมสรรพกำลังเข้าสนับสนุนคลี่คลายปัญหาดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ครบทุกมิติอย่างดีที่สุด ตามนโยบายของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ทั้งการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การจัดกำลังร่วมรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่เสี่ยง การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบบริเวณหน่วยทหาร ตลอดจนสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุข

“สิ่งสำคัญที่กองทัพบกดำเนินการมาตลอดคือการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามของกองทัพบกในหลายพื้นที่ สนับสนุนอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลเพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ในแต่ละพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพบกสนับสนุนรัฐบาลแล้ว 19 แห่ง รองรับได้ 3,177 เตียง ขณะนี้ใช้ไป 1,374 เตียง” ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าว


พ.ต.หญิง จุฑาทิพย์ กล่าวว่า การปฏิบัติที่สำคัญในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของกองทัพบกสนับสนุนรัฐบาล (โรงพยาบาลสนามกองพลพัฒนาที่ 4) ที่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ใช้รักษาผู้ติดเชื้อCOVID-19 ในกลุ่มอาการไม่รุนแรง แต่มีความจำเป็นต้องให้เข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลสนาม เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อเพิ่มเติม โดยได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล บูรณาการร่วมกับโรงพยาบาลคลองหอยโข่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ 26 มิ.ย.64 ปัจจุบันผู้รักษาบางส่วนหายดีและสามารถกลับใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว

“จ.ร้อยเอ็ด ได้บูรณาการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามมณฑลทหารบกที่ 27 (กองพันเสนารักษ์ที่ 6) ณ กองพลทหารราบที่ 6 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 ของ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับประชาชน จ.ร้อยเอ็ด ที่เจ็บป่วยด้วยโรค COVID-19 ให้มีความพร้อมอำนวยความสะดวกและมีความปลอดภัยสูงสุด จ.สระบุรี ได้สนับสนุนการจัดตั้ง โรงพยาบาลมณฑลทหารบกที่ 18 ปัจจุบันได้ปรับปรุงพื้นที่โรงจอดอากาศยาน (ชสบ.8) ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไฟฟ้า ประปา ระบบอินเตอร์เน็ต เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้พร้อมรองรับผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 450 เตียง ในพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ” ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าว

พ.ต.หญิง จุฑาทิพย์ กล่าวว่ากองทัพบกได้พิจารณาใช้ประโยชน์ของอาคารสถานที่ที่มีความพร้อมและยังไม่ถูกใช้งานเตรียมรองรับผู้ป่วยสีเขียวจากการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อเป็นการคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากบุคคลอื่น ๆ และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อภายในครอบครัว และใช้เป็นสถานที่แยกกักตัวชุมชน (Community Isolation) โดยจะดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพื่อดำเนินการต่อไป


“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบกสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนทรัพยากรของกองทัพที่สามารถช่วยเหลือแก้ไขสถานการณ์ได้ อาทิ การช่วยจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้กับภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนนำอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าสนับสนุนการขนย้ายเตียงสนามเข้าช่วยเหลือ การสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรค COVID-19 โดยศูนย์ควบคุมการเคลื่อนย้าย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก ตลอดจนการฌาปนกิจศพผู้ป่วย COVID-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ กองทัพบกจะดำเนินการสนับสนุนภาครัฐ, เอกชน และประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อผ่านพ้นวิกฤต COVID-19 ไปด้วยกัน” ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย