fbpx

ทหารเรือหญิงคนแรกของไทยเสียชีวิตแล้ว

กองทัพเรือ 6 ก.ค.-ทหารเรือหญิงคนแรกแห่งราชนาวีไทยเสียชีวิตแล้ว ผู้ออกแบบ -ร่างระเบียบเครื่องแบบทหารเรือหญิง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ท.หญิงมายูร บุณยรัตพันธุ์ ทหารเรือหญิงคนแรกแห่งราชนาวีไทยและคนแรกของสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ผู้ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยระเบียบเครื่องแต่งกายทหารเรือหญิง ถึงแก่กรรมแล้วด้วยวัย 97 ปี 6 เดือน 8 วัน

น.ท.หญิงมายูร เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2466 เป็นบุตร ร.อ. เมศร์ – นางเยื้อน บุณยรัตพันธุ์ สมรสกับน.ต.จรัส จรัสกุล มีบุตรธิดา 3 คน คือ นางจุฬามาศ จรัสกุล พล.ร.ต.หญิงจันทรวิมล จรัสกุลและนายจิรยศ จรัสกุล


น.ท.หญิงมายูร เป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 1 เลขประจำตัว 2 (เลขประจำตัว 1 คือ นายชอุ่ม ปัญจพรรค์) จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อจบการศึกษา เข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2487 ในตำแหน่งประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (เป็นทหารเรือหญิงคนแรกของกองทัพเรือ)

ต่อมาได้ไปช่วยปฏิบัติราชการที่กรมเสมียนตรา ทำหน้าที่ดูแลการร่างหนังสือของปลัดกระทรวงและรัฐมนตรี รวมทั้งการจดบันทึกการประชุม ปี 2497 ขอย้ายมารับราชการที่กองทัพเรือ เพราะปรารถนาจะเจริญรอยตามบิดาและน้าชายที่เป็นทหารเรือ โดยโอนย้ายจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมาอยู่กองทัพเรือตั้งแต่ปี 2498 ทำงานที่สำนักงานปลัดทัพเรือ (สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือในปัจจุบัน)

หลังจากรับราชการในกองทัพเรือ 5 ปี น.ท.หญิงมายูร ได้ย้ายกลับไปอยู่กระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าแผนกระเบียบการกรมสารบรรณ กระทรวงกลาโหม เลื่อนยศเป็นนาวาโทเมื่ออายุ 45 ปี ซึ่งต้องแปรสภาพไปเป็นข้าราชการพลเรือน เนื่องจากในสมัยนั้นทหารหญิงตั้งครรภ์หรืออายุ 45 ปีหรือเป็นนาวาเอกเต็มขั้น จะต้องถูกปรับเป็นข้าราชการพลเรือน ต่อมาได้ไปประจำสำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตำแหน่งสุดท้ายของ น.ท.หญิงมายูรอยู่ในกรมการศึกษาวิจัย ก่อนลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525


น.ท.หญิงมายูร เป็นผู้เสนอเปลี่ยนเครื่องแบบทหารเรือหญิงจากเดิมเป็นชุดสีกากีเหมือนเครื่องแบบทหารเรือชาย ใส่ถุงเท้าสั้น รองเท้าเหมือนทหารชาย ใช้หมวกแก๊ป เนื่องจากเห็นว่าไม่สวยงาม พล.ร.ท.พิษณุ ณ ถลาง ปลัดทัพเรือขณะนั้น แนะให้นำเครื่องแบบชุดเล็กของทหารเรืออเมริกามาเป็นแบบอย่าง เป็นชุดติดกันสีขาว ผูกโบว์ยาวที่คอ จึงนำมาดัดแปลงเป็นท่อนบนใช้เสื้อสีขาวคอบัว ปลายปกแหลมผูกโบว์สั้น ท่อนล่างเป็นกระโปรงสีน้ำเงินติดกระดุมทหารเรือ เมื่อออกงานใช้กระโปรงขาว รองเท้ายาว ถุงเท้ายาว ชุดใหญ่ มีเสื้อนอก ใส่รองเท้าส้นสูงไม่เกิน 2 นิ้วครึ่ง

ขณะเดียวกัน น.ท.หญิงมายูร ยังเป็นผู้ร่างระเบียบเครื่องแบบของทหารเรือหญิง และผ่านการพิจารณาของสภากลาโหมออกเป็นกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือหญิงปี พ.ศ. 2494 ทั้งยังเคยเป็นผู้นำขบวนทหารหญิงในการสวนสนามเมื่อครั้งที่ จอมพลเรือหลวงยุทธศาสตร์โกศล ผู้บัญชาการทหารเรือขณะนั้นและได้เลื่อนยศเป็นจอมพลเรือ โดยจัดให้มีการสวนสนามทั้งทหารชายทหารหญิง และการสวนสนามก็ผ่านไปได้ด้วยดีรวมถึงมีโอกาสเป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนนายเรือ โดยสอนวิชาการร่างหนังสือราชการและระเบียบงานสารบรรณ ให้แก่นักเรียนนายเรือ

น.ท.หญิงมายูร เคยเล่าถึงความภาคภูมิใจในความเป็นทหารเรือ ว่า ภูมิใจในเครื่องแบบทหารเรือหญิงที่มีโอกาสได้เป็นผู้คิดริเริ่มออกแบบ และเป็นผู้ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือหญิงฉบับที่ 1 ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงแก้ไข การได้มีส่วนร่วมรื้อฟื้นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในปี 2500 และภูมิใจที่ได้เป็นอาจารย์สอนนักเรียนนายเรือ ซึ่งต่อมาลูกศิษย์หลายคนได้เป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทัพเรือ

“แม้จะอยู่ในกองทัพเรือน้อยแค่ 5 ปี แต่เราก็มีความภูมิใจเราได้แต่งเครื่องแบบทหารเรือตามรอยพ่อ ตามรอยตระกูลของเราพ่อก็เป็นทหารเรือ น้องก็เป็นทหารเรือลูกก็เป็นทหารเรือเป็นพลเรือตรีหญิง” น.ท.หญิงมายูร กล่าวด้วยความภูมิใจ

น.ท.หญิงมายูร บุณยรัตพันธุ์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 97 ปี 6 เดือน 8 วัน นับเป็นการสูญเสียทหารเรือหญิงคนแรกแห่งราชนาวีไทย และคนแรกของสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ทั้งนี้ กำหนดสวดพระอภิธรรม ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ศาลา 5 ระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2564 และฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย