fbpx

“กรณ์” แนะ ศบค.เร่งแยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว กันระบาดทวีคูณ

กรุงเทพฯ 3 ก.ค.-“กรณ์” พบปัญหารัฐสกัดไม่ให้แรงงานออกจากแคมป์ แต่กลับไม่มีเงินเยียวยาให้ ย้ำข้อเสนอถึง ศบค. ต้องเร่งแยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว ป้องกันการระบาดทวีคูณ


กทม. วันนี้ ( 3 ก.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยทีมกล้าอาสา เขตยานนาวา คลองเตย สาธร ลงพื้นที่แคมป์คนงาน ซอยอมร เขตยานนาวา ซึ่งแคมป์คนงานที่นี่ มีแรงงานอาศัยอยู่เกือบ 500 คน เป็นแรงงานไทยและส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว และเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์การระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา โดยราชการสั่งปิดแคมป์ไม่ให้เข้า-ออก อย่างน้อยระยะเวลา 1 เดือน เดือดร้อนกันสาหัส ปกติหาเช้ากินค่ำ แต่ตอนนี้ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ เรื่องค่าใช้จ่าย ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ก็ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้ก่อน

นายกรณ์ กล่าวว่า ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่ากินอยู่ เมื่อสอบถามแล้ว ตกคนละประมาณ 100 บาทต่อวัน หากต้องใช้ชีวิตอยู่ในแคมป์อีกประมาณ 1 เดือน โดยไม่ทำมาหากิน ก็กังวลว่าเงินเก็บที่มีอยู่จะไม่เพียงพอ พรรคกล้าจึงพยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้ โดยเมื่อเช้านี้ไปรับข้าวหมูทอดเจ๊จงเกือบ 500 กล่อง น้ำ และอาหารแห้ง เพื่อช่วยเหลือคนงานที่นี่ และต้องยอมรับความจริงว่า ประเทศไทยขาดแคลนแรงงาน หากเศรษฐกิจจะเดินไปได้ ต้องอาศัยแรงงานต่างด้าว เพราะฉะนั้นในยามที่เขาเดือดร้อน พวกเราก็ควรจะเผื่อแผ่ช่วยเหลือเขาด้วย


“เมื่อมีมาตรการคำสั่งสกัดไม่ให้แรงงานออกจากพื้นที่ รัฐบาลควรมีงบประมาณให้แรงงานที่ถูกกักตัวมีกินมีอยู่ได้ งบประมาณต่อวันต่อหัวไม่เกิน 100 บาท แรงงานจะได้ไม่ต้องเดือนร้อนเอาเงินออมที่เก็บไว้ออกมาใช้ ซึ่งจะประสานกับรัฐบาลว่า แคมป์แห่งนี้ ตกหล่น ไม่ได้รับมาตรการเยียวยาจากรัฐบาลที่ออกมา” นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคกล้า ยังกล่าวย้ำถึงข้อเสนอของพรรคที่ได้ยื่นต่อ ศบค. วานนี้ (2 ก.ค.) ว่าการแยกผู้ป่วยออกจากครอบครัวที่ยังไม่ป่วย เป็นภาระเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลรีบดำเนินการ เพราะการแพร่ระบาดภายในครอบครัวพื้นที่กรุงเทพมีมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการแยกตัวออกมา จะทำให้การแพร่ระบาดมีจำนวนและสัดส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนภารกิจกล้าหาเตียง ที่พรรคกล้าช่วยประสานหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อ นายกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มอาสาสมัครของพรรค ทำงานกันหนักมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ตอนนี้มีปัญหาการเข้าถึงเตียงรักษาพยาบาลขั้นวิกฤติ ซึ่งพรรคกล้ากำลังรวบรวมแนวทางนำเสนอรัฐบาล บริหารเตียงที่ว่างอยู่ในต่างจังหวัด ออกมารองรับผู้ป่วยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการของรัฐช่วงนี้วิกฤตมาก โทรเข้าเบอร์ 1668 ต้องรอสายเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง กว่าจะมีเจ้าหน้าที่มารับสาย พอได้รับแจ้งว่าไม่ต้องโทร ให้ส่งข้อความทาง LINE กว่าจะได้คำตอบรอ 6-7 ชั่วโมง ซึ่งคำตอบก็เหมือนหุ่นยนต์มาตอบแทน การสื่อสารแบบนี้มีแต่จะสร้างความกังวล สร้างความเครียด เป็นปัญหาหนักมากยิ่งขึ้นให้กับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ


นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ทีมกล้าอาสา กล้าหาเตียง เรายังขาดอาสาสมัครจำนวนมาก แม้ตอนนี้มีอาสาสมัครอยู่หลาย 10 คน แต่ด้วยระดับความวิกฤติในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาสาสมัครที่มีอยู่ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นใครอยู่บ้าน มีโทรศัพท์ มีเวลาคอยโทรประสาน โทรให้กำลังใจครอบครัวผู้ป่วยในจังหวะนี้ จะเป็นการเสียสละที่มีค่าต่อพี่น้องชาวไทยที่กำลังเดือดร้อน หากผู้ใดสนใจเป็นอาสาสมัคร ให้ติดต่อได้โดยตรงที่กล่องข้อความเฟซบุ๊กพรรคกล้า มาร่วมเป็นหนึ่งในอาสาสมัครทีมงานกล้าหาเตียงกับเราได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย