fbpx

ปลื้มอันดับรัฐบาลดิจิทัลดีขึ้น ตอบโจทย์ปชช.

กรุงเทพฯ 23 มิ.ย.-“อนุชา” เผยผลสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ปี 63 ประเทศไทยก้าวกระโดดขึ้นมา 16 อันดับ เชื่อผู้บริหารองค์กรมีส่วนสำคัญ พลิกโฉมการบริการภาครัฐ ตอบโจทย์ความต้องการประชาชน


นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ (Government Chief Information Officer: GCIO) รุ่นที่30 ผ่านระบบประชุมทางไกล

นายอนุชา กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านภาครัฐเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยมุ่งเน้นเป้าหมาย 4 ด้านสำคัญ คือ 1.การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน  2. การลดความเหลื่อมล้ำ 3. โปร่งใสตรวจสอบได้ และ 4.สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้วิสัยทัศน์ “รัฐบาลดิจิทัล เปิดเผยเชื่อมโยงและร่วมกันสร้างบริการที่มีคุณค่าให้ประชาชน” ซึ่งจากผลสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (United Nations E-Government Survey) โดยองค์การสหประชาชาติ พบว่าในปี 2563 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 57 ของจำนวนสมาชิก 193 ประเทศ ไต่อันดับขึ้นจากอันดับที่ 73 ในปี 2561 การก้าวกระโดดขึ้นมาถึง 16 อันดับในช่วงเวลาเพียง 2 ปี ถือว่าเป็นผลงานที่ดีเยี่ยม โดยส่วนหนึ่งเกิดจากรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัลมาโดยตลอด โดยมี สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการยกระดับทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐร่วมกับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง


นายอนุชาเชื่อมั่นว่า ผู้บริหารขององค์กรภาครัฐจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้นโยบายรัฐบาลดิจิทัลบรรลุตามเป้าหมายและสามารถตอบโจทย์การให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ.- สำนักข่าวไทย      

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ขยายช่วยแรงงาน-ผู้ประกอบการจังหวัดแดงเข้ม

ที่ประชุมครม.ขยายมาตรการช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการ 29 จังหวัดพื้นที่แดงเข้ม ปรับกรอบวงเงินเพิ่มเป็น 60,000 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

พิพากษาประหารชีวิต “เสี่ยบรรเจิด” จ้างวานฆ่าพระหมอ

ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต “เสี่ยบรรเจิด” จ้างวานฆ่า “พระหมอ” ขณะที่ทีมฆ่าทั้งมือปืนและดาบตำรวจ คนขับรถ จำคุกตลอดชีวิต ส่วนคนดูต้นทางศาลยกฟ้อง

ดีอีเอส แจงส่ง “ไฟเซอร์” ไปบุรีรัมย์ข่าวปลอม

ดีอีเอส ย้ำแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จัดสรรให้ 5 กลุ่มเป้าหมาย เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมวัคซีนไฟเซอร์ส่วนหนึ่งส่งไปบุรีรัมย์ ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ระบาดหนัก